คำเตือน : การลงทุนใน ตลาดหุ้น, ทองคำ, Forex & CFDs, Crypto มีความเสี่ยงสูงผู้ที่สนใจโปรดศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ ก่อนการตัดสินใจลงทุน

Forex Thaiclub

ให้ความรู้เกี่ยวกับ FOREX ชุมชนนักเทรดประเทศไทย ศึกษา วิเคราะห์ แชร์ประสบการณ์

Forex Thaiclub

ให้ความรู้เกี่ยวกับ FOREX ชุมชนนักเทรดประเทศไทย ศึกษา วิเคราะห์ แชร์ประสบการณ์

Forex Thaiclub

ให้ความรู้เกี่ยวกับ FOREX ชุมชนนักเทรดประเทศไทย ศึกษา วิเคราะห์ แชร์ประสบการณ์

Forex Thaiclub

ให้ความรู้เกี่ยวกับ FOREX ชุมชนนักเทรดประเทศไทย ศึกษา วิเคราะห์ แชร์ประสบการณ์

Forex Thaiclub

ให้ความรู้เกี่ยวกับ FOREX ชุมชนนักเทรดประเทศไทย ศึกษา วิเคราะห์ แชร์ประสบการณ์

ยินดีต้อนรับ - การเทรด Forex

เว็บไซต์เรียนรู้การลงทุนในตลาด Forex อันดับต้นๆ TOP1-5 ของเมืองไทย  เนื้อหาอ่านเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับมือใหม่ และผู้ที่อยากศึกษาเพิ่มเติม สอนการเล่นหุ้นออนไลน์ในตลาด Forex ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 2-5 ล้านๆ ดอลลาร์สหรัฐ ต่อวัน คุณอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเก็งกำไรค่าเงิน ที่คุณสามารถกำหนดเองได้หรือไม่ ที่นี่ เราแนะนำวิธีการให้คุณได้ เราสอนการเล่นหุ้น Forex ขั้นพื้นฐานให้คุณฟรี จากนั้นคุณสามารถเข้าใจ และสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นมืออาชีพได้ในอนาคต


ก่อน ปี ค.ศ. 1990 เฉพาะเศรษฐี และ องค์กรใหญ่ ๆ เท่านั้น ที่จะสามารถเข้าเทรดในตลาดฟอเร็กซ์นี้ได้ คุณสมบัติขั้นต่ำคือคุณต้องมี $50,000,000.– (ห้าสิบล้านเหรียญสหรัฐ)  เพื่อเริ่มต้นที่จะเข้าทำการเทรด ตลาดฟอเร็กซ์ ถูกจัดให้เป็นตลาดที่ใช้โดยธนาคาร และ องค์กรใหญ่ ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีไว้ให้พวกเราเข้าเทรดเล่นๆ ได้หรอกนะ

อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าทาง Internet การเทรดฟอเร็กซ์ได้ถูกจัดโดยเอเยนซี่ต่างๆ ให้เข้าทำการเทรดได้ ด้วยบัญชีรายย่อย สำหรับนักลงทุน และ ประชาชนทั่วไป โดยสามารถเริ่มต้นเปิดพอร์ตลงทุนด้วยเงินลงทุนต่ำเพียงหลักร้อย-พันบาท ก็สามารถเทรด Forex ได้แล้วครับ โอกาสมาถึงเราแล้ว

ทั้งหมดที่ท่านต้องมี ก็เพียงแต่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Internet ได้เช่น คอมพิวเตอร์ - PC, Notebook, มือถือ - Smartphone, Tablet เพียงติดตั้งโปรแกรมซื้อขายลงเครื่องก็สามารถซื้อขายเก็งกำไรค่าเงินได้ทันที และข้อมูลต่างๆ ที่คุณสามารถศึกษาได้ทาง Internet ซึ่งข้อมูลพื้นฐานทางการเงินที่จำเป็นเกือบทั้งหมด เราได้รวบรวมไว้ที่นี่หมดแล้ว

Forex Thaiclub สร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทางด้าน Forex และสอนวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานให้กับเทรดเดอร์ผู้ที่ต้องการสร้างรายได้จาก Internet นอกจากนี้ยังมีบทวิเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ เพื่อให้ท่านศึกษากลยุทธ์ต่างๆ และพัฒนาตนเองให้เป็นมืออาชีพได้ในอนาคตครับ

ขอขอบคุณคลิป วิดีโอ จาก ทีมงาน Fxwinning System ณ ที่นี้ด้วยครับ

เทคนิคการอ่านกราฟเบื้องต้น

ภาพกราฟ FOREX คู่เงิน EUR/USD หรือ EU

การเล่นหุ้นในตลาด FOREX สามารถทำได้ ทั้งขาขึ้นและขาลง เช่น เมื่อคุณทำการ Sell ที่ราคา 1.2958 แล้วทำกำไร โดยปิดการซื้อ/ขาย ที่ราคา 1.2410(TP) คุณก็จะได้กำไรจำนวน 548 Pips

ถือว่าเยอะมากเลยนะครับ สมมุติเล่น Pips ละ $10 คุณจะได้กำไรเป็นเงินจำนวนเงิน $5,480 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 164,400 บาท สำหรับนักลงทุนรุ่นพี่ที่เป็นมืออาชีพบางคนอาจเทรดจุดละ $100 ลองคิดมูลค่าดูซิครับ ได้เป็นหลักล้านเลยครับ

การวิเคราะห์กราฟเบื้องต้น

มองแนวโน้มให้ออก หลักการมองแนวโน้ม เริ่มจากการมองเทรนให้ออกก่อนเสมอ เทรนในตลาดจะมีแค่ 3 แบบ

เทรด Forex อัตโนมัติ แนะนำทุกขั้นตอน

 ปฎิวัติการลงทุนรูปแบบใหม่ ลงทุนอัตโนมัติ ประหยัดเวลา เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกสายสาขาอาชีพ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ที่นี่เราแนะนำทุกขั้นตอน แค่มีเงินลงทุน และใช้วิธีคัดลอกตามเซียนคนเก่งๆ ก็สามารถสร้างกำไรได้สบายๆ รวมไปถึงการใช้โปรแกรมหุ่นยนต์เทรดให้อัตโนมัติ เงื่อนไขการบริหารจัดการที่คุณสามารถกำหนดได้เอง

1. ใช้โปรแกรม Robot หรือ EA

2. ใช้ระบบติดตาม หรือ ลงทุน PAMM

กำลังจัดทำข้อมูลการนำเสนอ โปรดติดตาม

Comming Soon

การติดตั้งโปรแกรม MT4 และ เปิดบัญชี

 การติดตั้งโปรแกรม MT4 ง่ายๆ เหมือนการติดตั้งโปรแกรมทั่วไปครับ


เมื่อดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ให้ไปเปิดบัญชีเล่นหุ้น Forex เพื่อฝึกทำการซื้อ/ขาย ได้เลยครับ

ศึกษาการใช้งานโปรแกรม MT4 เพิ่มเติมคลิกที่ลิงก์ด้านล่าง
1. เทรดผ่าน PC  , Notebook
2. เทรดผ่าน มือถือ , แท็บเล็ต

เปิดบัญชีการซื้อขายทดลองได้ที่นี่ ผมขอแนะนำโปรกเกอร์ Exness เพราะมีรูปแบบฟังก์ชั่นใช้งานง่าย รองรับภาษาไทย

 

สำหรับคนที่ไม่เคยเทรดมาก่อน เริ่มต้นศึกษาได้จากบัญชีทดลองใช้ที่เสมือนจริง ไม่มีความเสี่ยงใดๆ มีเงินปลอมให้เล่น สูงสุดมากกว่า $100,000 และสามารถเพิ่มเงินได้ไม่จำกัด

คลิกที่นี่เพื่อเริ่มต้น

......................................................................................................


แนะนำ : สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้วอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อเริ่มศึกษาบทบาทการเป็นนักเทรดตัวจริงที่จะสามารถทำกำไรจากตลาด และฝึกฝนการบริหารจัดการเงินทุนของคุณ จากเงินจริง

คลิกที่นี่เพื่อเริ่มต้น

ท่านที่สมัครผ่านบล็อกของเราจากลิงก์ด้านบนจะได้รับเครดิต การช่วยเหลือให้คำปรึกษาจากเราฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม ท่านจะได้เรียนรู้กลยุทธ์การซื้อขายที่สามารถอยู่รอดในตลาด Forex ได้ในระดับพอใช้ สอบถามเพิ่มเติมคลิก

คำถามที่พบบ่อย - Forex - ฟอเร็กซ์

1. คำถามพื้นฐานทั่วไป
คำถาม: เล่น Forex แล้วได้เงินจริงหรือเปล่า ?
ตอบ: ได้จริงและเสียจริงครับ อยู่ที่ว่าคุณทำได้หรือเปล่า มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ คุณต้องขยันศึกษาหาความรู้ หาเทคนิคในการทำกำไร มีหลายคนทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำเป็นอาชีพหลักได้เลย อยู่ที่การฝึกฝนครับ เหมือนเป็นอาชีพหนึ่งถ้าคุณตั้งใจ การเล่น Forex จะคล้ายๆ การเล่นหุ้น แต่เป็นการซื้อขายค่าเงินระหว่างคู่เงินแทน เป็นการเก็งกำไรจากค่าเงิน ตลาดเงินจะคล่องตัวกว่าตลาดหุ้นมาก ในโปรกเกอร์ Forex จะมีเงินปลอมให้ทดลองเทรด ควรศึกษาให้เข้าใจก่อน แล้วจึงเล่นด้วยเงินจริงครับ ขยันศึกษา+ฝึกฝน+มีระเบียบวินัย+การบริหารความเสี่ยง จะทำให้ประสบความสำเร็จใน Forex ได้ครับ

คำถาม: ตลาด Forex เปิดทำการตอนไหน ?
ตอบ: ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมง จันทร์ - ศุกร์ มีการซื้อและขาย และแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ตลอดเวลา โดยมีกำหนดเริ่มต้นวันแรกของแต่ละสัปดาห์ ตั้งแต่ 04.00 ของเช้าวันจันทร์ สิ้นสุดที่ 04.00 ของเช้าวันเสาร์ (คืนวันศุกร์)

คำถาม:ใครเป็นผู้ซื้อขายในตลาด Forex ?
ตอบ: ในตลาด forex มี Trader อยู่ทั่วโลก เข้ามาซื้อ-ขายด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป คือ
* ซื้อขายเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือเพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินที่มีอยู่
* ซื้อขายเพื่อทำกำไรจากการขึ้น-ลงของค่าเงินของประเทศต่างๆ
- ธนาคารกลางของรัฐบาลประเทศต่างๆ(BANK OF NATION)
- ธนาคารพาณิชย์(BANK)
- สถาบันการเงินเพื่อการลงทุน(FINANCE)
- บริษัทประกันภัย(INSURANCE)
- โบรกเกอร์ หรือตัวแทนจำหน่าย(Broker&AGENCY)
* ซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้า บริการ และการท่องเที่ยว
- บุคคลทั่วไป(TRADER)

คำถาม: Forex ต่างจากการพนันอย่างไร ?
คำตอบ: การพนัน เรียนรู้ไม่ยาก ได้-เสียอยู่ที่ดวง แทงได้-ทายแม่นก็โชคดีไป แทง/ทายไม่ถูก เจ้ามือกินเรียบ Forex ต้องเรียนรู้ ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ และสถิติ เล่นไม่ให้เสียเลยก็ได้ หากเล่นอย่างไม่รีบร้อนและมีหลักการ แถมหากท่านทายไม่ถูก แต่ท่านไม่กดปุ่ม “close” คำสั่งท่านก็ยังไม่เสีย และรอจนกว่าจะถูก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินในพอร์ตเพียงพอต่อการโดนลาก ก่อนกลับมาบวก

คำถาม: ข้อดีของตลาด Forex คืออะไร ?
คำตอบ: ตลาด Forex มีข้อดีหลายประการ ดังต่อไปนี้
- เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกและจะยังคงเติบโตต่อไปอย่างรวดเร็ว
- การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ(internet)อย่างแพร่หลาย ทำให้ทุกคนสามารถใช้บริการ และดำเนินธุรกิจนี้ได้อย่างสะดวกสบาย

คำถาม: ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินคืออะไร ?
คำตอบ: ตลาด Forex ถูกขับเคลื่อนไปโดยอุปสงค์และอุปทาน
อุปสงค์ - หากผู้ซื้อมีมากกว่าผู้ขาย ราคาก็ขึ้น
อุปทาน - หากผู้ขายมีมากกว่าผู้ซื้อ ราคาก็ลง

2. คำถามเกี่ยวกับอภิธานศัพท์
คำถาม: Pips หรือ Points คืออะไร ?
คำตอบ: Pip (Price Interest Point) หรือ Point (จุด) คือ ค่าต่ำสุดของราคา ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งก็คือจุดทศนิยมหลักสุดท้ายของราคานั่นเอง เช่น EUR/USD ราคาอยู่ที่ 1.3630 เมื่อราคาขึ้นไปเป็น 1.3631 หรือ USD/JPY ราคาอยู่ที่ 115.70 ขึ้นไปเป็น 115.71 ก็คือขึ้นไป 1 Pip หรือ 1 point

คำถาม: Margin คืออะไร ?
คำตอบ: คือวงเงินของเรา จะมี Available Margin= วงเงินคงเหลือที่ใช้ซื้อขายได้, Used Margin= วงเงินที่เราใช้ไป

สูตร >> Available Margin = เงินในบัญชี - Used Margin + Profit

สมมุติ เริ่มต้นเรามีเงิน $5 ยังไม่ได้เทรด Used Margin เป็น 0 เราก็จะมี Available Margin=5.0 ถ้าเราทำการเทรดซื้อ EUR/USD ไป $1 จะเกิด Used Margin=1.0 และเหลือ Available Margin เกือบ 4.0 (เนื่องจากถูกหักค่า Spread 2 pips เป็นค่าติดลบใน Profit) ถ้าราคาขึ้นไปจนเราได้กำไร +10 point เราจะได้ Profit=0.1 ค่า Available Margin จะเพิ่มเป็น 4.1 point ถ้าราคา + ขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะได้ Available Margin เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในทางกลับกัน ถ้าเราขาดทุน ค่า Profit จะติด - และ Available Margin เราจะลดลงแทน หากเราไม่ตัดขาดทุนจะลดลงไปเรื่อยๆ จน Margin เกือบหมดเราจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ เรียกว่า Margin Call โดนไปทีแทบไม่เหลืออะไรเลย จึงควรรักษา Margin ไว้ให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งครับ

คำถาม: Long และ Short คืออะไร ?
คำ ตอบ: Long คือ ซื้อไว้แล้วขาย หลักคือเราต้องซื้อไว้ที่ราคาถูกแล้วไปขายที่ราคาแพงกว่า เราก็จะได้กำไรจากส่วนต่าง ตอนเราเปิด Long ก็คือ ส่งคำสั่งซื้อ หรือ Send Buy Order ไปที่ Marketiva และจะเกิด Long Position ขึ้น

Short คือ ขายออกแล้วซื้อกลับ หลักคือเราขายออกไปก่อนที่ราคาสูง แล้วไปซื้อกลับคืนเมื่อราคาต่ำกว่า เราก็จะได้กำไรที่ส่วนต่าง ตอนเราเปิด Short ก็คือ ส่งคำสั่งขาย หรือ Send Sell Order ไปที่ Marketiva และจะเกิด Short Position ขึ้น

ตลาด Forex จะต่างจากตลาดหุ้น คือสามารถเทรดได้ทั้งสองทาง ทั้งซื้อและขาย เล่นได้ทั้ง ขาขึ้น และขาลง ตลาดหุ้นซื้อได้อย่างเดียว เล่นได้แต่ขาขึ้น ถ้าเป็นขาลงต้องนอนรออย่างเดียว

คำถาม: Stop-Loss (SL) คืออะไร ?
คำตอบ: Stop Loss ปกติจะเห็นในห้องแชทพิมพ์ว่า SL (sl) คือจุดที่เรายอมขาดทุน ตรงข้ามกับ TP

- Buy (Long) Order ค่า Stop Loss จะตั้งไว้ต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ ถ้าราคาลดลงไปถึงจุดที่กำหนด จะถูกปิดออเดอร์ทันที เพื่อตัดขาดทุน เช่น เราซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.3630 เรายอมขาดทุนได้ 30 จุด ก็ตั้ง SL ไว้ที่ 1.3600 ถ้าราคาไม่ขึ้นตามที่เราตั้งใจแต่กลับลดลงมาถึง 1.3600 เราก็จะขาดทุนเพียง 30 จุด ถ้าเราไม่ตัดขาดทุน ราคาอาจจะลดลงไปมากกว่านี้เยอะ

- Sell (Short) Order จะตั้ง Stop Loss ไว้สูงกว่าราคาที่เราเปิด Sell ถ้าราคาขึ้นไปถึงจุดนั้น จะถูกปิดโดยอัตโนมัติ

คำถาม: Target (Take Profit/TP) คืออะไร ?
คำตอบ: Target หรือ TP (Take Profit) คือเป้าหมายกำไรที่เราต้องการ ตรงข้ามกับ SL

- Buy (Long) Order เราจะได้กำไรเมื่อราคาปรับขึ้น เราอาจใช้แนวต้าน เป็นเป้าหมายทำกำไร เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดนั้น จะถูกขายออกโดยอัตโนมัติ

- Sell (Short) Order เราจะได้กำไรเมื่อราคาปรับลดลง เราอาจใช้แนวรับเป็นเป้าหมาย เมื่อราคาลงไปถึงจุดนั้น จะถูกปิดออเดอร์ โดยอัตโนมัติ

คำถาม: การตั้งซื้อขายแบบ Limit / Stop คืออะไร ?
คำตอบ: เป็นการตั้งซื้อขายไว้ล่วงหน้า หรือ Pending Order จะยังไม่มี Position เกิดขึ้น

Limit Order ใช้ตั้ง ซื้อที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน หรือ ตั้งขายที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน ตัวอย่างถ้าตอนนี้ EUR/USD ราคาอยู่ที่ 1.2953/55 ถ้าเราคิดว่ามันเป็นเทรนขาขึ้น และราคาแพงเกินไป เราอยากซื้อราคาต่ำกว่านี้แต่ไม่ว่างนั่งดู เราอาจตั้ง Buy Limit Order ไว้ที่ราคา 1.2945 ถ้าราคาลดลงมาถึงจุดก็จะถูกซื้อโดยอัตโนมัติ และเมื่อราคาขึ้นไปตามคาด เราก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้นถึง 10 จุด สำหรับ Sell Limit ก็กลับกัน

Stop Order คือ ตั้งซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน หรือ ตั้งขายที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อเราไม่ว่างนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าจอเทรด และใช้สำหรับจับเทรน ตัวอย่าง EUR/USD ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1.2953/55 เราคิดว่าถ้าราคาผ่านแนวต้านที่ 1.2963/65 ขึ้นไป (Breakout) แล้วน่าจะขึ้นไปต่อ เราอาจตั้ง Buy Stop Order ไว้ที่ 1.2970 เมื่อราคาทะลุขึ้นไปก็จะซื้อให้อัตโนมัติ สำหรับ Sell Stop ก็กลับกันครับ ถ้าคิดว่าจะหลุดแนวรับเราก็ตั้ง Sell Stop Order ไว้ใต้แนวรับ

คำถาม: เวลาเปิดให้เทรดได้เวลาไหน และปิดเวลาใด ?
คำตอบ: ตลาดเปิดให้เทรดเวลา 4.00 เช้าวันจันทร์ ไปจนถึงปิดเวลา 4.00 น. เช้าวันเสาร์ สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คำถาม: เปิดซื้อขายทิ้งไว้ แล้วออกโปรแกรมไป หรือไฟดับ จะเป็นอะไรไหม ?
คำตอบ: ไม่เป็นไรครับ ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ทางโบรกเกอร์ เมื่อเรากลับเข้ามาอีกที อาจจะ + เป็น 100 หรือ - เป็น 100 ก็ได้ตามราคาตลาดในตอนนั้น หรือแม้แต่เปิดทิ้งไว้จนถึงปิดตลาดเช้าวันเสาร์ พอวันจันทร์ตลาดเปิด ก็ยัง + - ไปตามราคาตลาดต่อไป จนกว่าเราจะสั่งปิดเอง หรือ ราคาชน Target หรือ ราคาชน Stop-Loss หรือ ถูก Margin Call เพราะ margin หมด

คำถาม: Spread (2/3 pips) คืออะไร ?
คำตอบ: ที่เห็น 2 pips หรือ 3 pips for EUR/USD เป็นผลต่างระหว่าง ราคาซื้อ (Bid) กับราคาขาย (Offer) ครับ ตอนที่เราซื้อเราจะซื้อที่ราคาขาย (Offer บางโบรกเกอร์ เรียกว่า Ask) พอจะขายก็ต้องขายที่ราคาซื้อ (Bid) นะครับ ยกตัวอย่าง ร้านทองก็มี ราคาซื้อ-ราคาขาย ติดไว้ที่หน้าร้าน เวลาคุณจะไปซื้อทอง ก็ต้องซื้อที่ราคาขาย (Offer) พอจะขายคืนก็ต้องขายให้ที่ราคาที่เค้ารับซื้อ (ฺBid) ถ้าซื้อแล้วขายเลยก็ขาดทุนแน่ๆ ครับ เพราะราคารับซื้อเค้าจะต่ำกว่าราคาขาย ใน Forex ก็คล้ายๆกัน จะเห็นว่าพอเราเปิดซื้อขายมาออเดอร์นึง จะลบทันที 2 จุด (pips) สำหรับ EUR/USD ใน โปรกเกอร์ผู้ให้บริการ เหมือนเป็นค่าต๋งนะแหละครับ ยังไงเปิดมาก็ต้องลบ EUR/USD ปกติจะมี Spread ต่ำสุด แล้วแต่ว่าแต่ละโบรกเกอร์จะกำหนดเท่าไหร่ครับ บางโบรกเกอร์ก็ 3 pips สำหรับตัวอื่นค่า Spread ส่วนมากก็จะมากกว่านี้ครับ เช่น GBP/USD 4 pips หรือตัวที่วิ่งเยอะๆ เช่น GBP/JPY ถึง 8 pips เปิดมา -8 ทันทีเลยครับ

คำถาม: Leverage (ที่เห็น 1:100, 1:200) คืออะไร ?
คำตอบ: ค่า Leverage เป็นตัวช่วยเวลาเราลงทุนครับ เป็นการให้ Margin เราเพิ่มตอนเทรด ยกตัวอย่าง ถ้าเราจะเทรด 100 หน่วยของ USD/JPY เราต้องใช้เงินถึง $100 ดอลลาร์ (Leverage 1:1) ถ้าโบรกเกอร์ให้ Leverage เรา 1:100 ก็คือ เราใช้เงินลงทุนเพียง $100/100=$1 หรือใช้เงินเพียง 1 ดอลลาร์เท่านั้น

แล้วมีผลยังไง? 1:100 เราลงทุน 1$ เหมือนลงทุนไป 100$ ทำให้เราได้กำไร (หรือขาดทุน) เพิ่มขึ้นด้วยเงินเพียงนิดเดียว ถ้า Leverage มากขึ้น ก็ยิ่ง กำไรขาดทุนมากขึ้นไปอีกครับ ที่เงินลงทุนเท่ากัน ยิ่ง Leverage เยอะเวลา - ยิ่งขาดทุนเยอะนะครับ ต้องระวังไว้ด้วย

ในโบรกเกอร์ จะมีการกำหนด Leverage ที่ต่างกันแล้วแต่ทางโบรกเกอร์เค้าครับ 1:100, 1:200 หรือ บางโบรกเกอร์ 1:500 ก็มี เช่นค่า Leverage 1:100 ถ้าเราซื้อ EUR/USD $1 ถ้าราคาขึ้นไป 10 จุดแล้วขาย เราก็จะได้กำไร $0.1 ถ้าไม่มีค่า Leverage หรือเป็น 1:1 เราจะได้กำไรเพียง $0.001 เท่านั้น

คำถาม: Swap คืออะไร ?
คำตอบ: เป็นข้อตกลงระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย ที่จะทำการแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดในอนาคต เช่น
บริษัท ก. ซึ่งมีภาระดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราลอยตัว ต้องการแลกเปลี่ยนเป็นภาระดอกเบี้ยในอัตราคงที่กับบริษัท ข. ข้อตกลงเช่นนี้เรียกว่า Interest Rate Swap บริษัท ค. ซึ่งมีเงินกู้เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ต้องการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลบาทกับบริษัท ง. ข้อตกลงเช่นนี้เรียกว่า Currency Swap สำหรับในตลาด Forex นั้นบางโปรกเกอร์อาจคิดค่า Swap ผลอาจเป็นบวก หรือ ลบ กรณีถือออเดอร์ข้ามคืน

กฎ 10 ข้อในการอยู่รอด

กฏทั้ง 10 ข้อนี้ เป็นหลักการสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้วิธการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับการลงทุน เพราะหากไม่มีหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็จะไม่สามารถกำหนดการซื้อขายที่เป้นรุปแบบได้ ซึ่งให้กฏเหล่านี้ จะพูดถึงการวิเคราะห์แนวโน้ม หาจุดกลับตัว ติดตามเส้นค่าเฉลี่ย ( moving average) มองหาสัญญาณเตือน และอื่นๆ หาคุณสามารถเข้าใจและปฏิตามหลักการเหล่านี้ เชื่อว่าคุณก็จะสามารถเอาตัวรอดด้วยการลงทุนแบบวิเคราะหฺทางเทคนิคได้แน่นอน

1. ดูแนวโน้ม ( Trend ) 
เรียน รู้ Chart กราฟ ในระยะยาว โดยเริ่มจาก กราฟ ในระดับเดือน Monthly และ สัปดาห์ ( weekly) ของช่วงเวลา ( Time Frame) หลายๆปี การดูกราฟช่วงเวลาที่กว้างขึ้นจะสามารถทำให้มองเห็นแนวโน้มของตลาดในระยะยาว ได้อย่างแม่นตรงกว่าการมองกราฟในระยะสั้น เมื่อทราบถึงแนวโน้มระยะยาวแล้ว ก็ต้องกลับดูกราฟระยะสั้น ระดับวัน Daily ระดับ ชั่วโมง Hourly การดูแนวโน้มในระยะสั้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้เิืกิดข้อผิดพลาดได้ ถึงแม้ว่าคุณจะลงทุนในระยะสั้นคุณจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหากคุณลงทุนในทิศ ทางเดียวกับแนวโน้มในระยะกลางและระยะยาว ( Middle Term and Long Term )

2. วิเคราะห์และไปตามแนวโน้ม ( Analysis and follow trend)
แนวโน้มของตลาดมีหลายช่วงเวลา ระยะยาว(Long Term) ระะกลาง(Middle Term) และระยะสั้น(Short Term) สิ่งแรก คือ คุณต้องรู้ว่าคุณลงทุนเป็นระยะเวลาเท่าใด และวิเคราะห์ กราฟของช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยที่คุณไม่แน่ใจว่าคุณลงทุนไปในทิศทางเดียวกับ แนวโน้มในระยะเวลานั้นๆ ซื้อเมื่อแนวโน้มอยู่ในช่วงขาขั้น ( Up trend) และขายเมื่อแนวโน้มอยู่ในขาลง ( Down Trend) หากคุณลงทุนในระยะกลาง ให้ใช้กราฟในระดับวันและัสัปดาห์ ถ้าคุณลงทุนในระยะสั้น ให้ใช้กราฟระดับวันและชัวโมง อย่างไรก็ตามในแต่ละกรณี ให้ดูแนวโน้มของช่วงเวลาที่ยาวขึ้น และใช้กราฟของช่วงเวลาที่สั้นลงในการหาจุดที่จะเข้าซื้อ-ขาย

3.การหาจุดสูงสุดและต่ำสุด
วิเคราะห์ แนวรับแนวต้าน จุดที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อBuy/Long ก็คือจุด ที่ไกล้แนวรับมักจะเป็นจุดต่ำสุดของรอบการซื้อขายที่แล้ว จุดที่ดีที่สุดสำหรับการขายSell/Short ก็คือ จุดที่ใกล้แนวต้าน ซึ่งมักจะเป็นจุดสงสุดของกรอบราคาการซื้อขายที่แล้ว หากมีการเคลื่อนที่แนวต้าน แนวต้านก็กลายเป็นแนวรับสำหรับการปรับตัวลดลงอีกนัยนึง จุดสูงสุดเดิมกลายเป็นจุดสูงสุดใหม่และเ่ช่นเดียวกัน ในกรณีที่ราคาทะลุผ่านแนวรับ มักจะมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้จุดต่ำสุดเดิมกลายเป็นจุดต่ำสุดใหม่

4.รู้ว่าจะไปไกลแค่ไหน จึงจะกลับตัว
เทียบอัตราส่วนการขึ้นลงเป็นเปอร์เซนต์ โดยทั่วไปตลาดจะ มีการกลีบตัวทั้งขึ้นและลงตามสัดส่วนเปอร์เซนของแนวโน้ม ของช่วงเวลาก่อน คุณสามารถวัดอัตราส่วนของการปรับตัวขึ้นลงของแนวโน้มปัจจุบันโดยใช้ อัตรส่วนชุดหนึ่งที่มีการกำหนดค่าไว้แล้ว เช่น การกลับตัวขั้นหรือลง 50%ของแนวโฯ้มก่อน เป็นอัตราพื้นฐานที่ใช้กันบ่อย อัตราส่วนต่ำสุดของการวัดการดีดกลับ คือ 1/3 ของแนวโน้มก่อนหน้านั้น และอัตราส่วนสูงสุดคือ 2/3 อัตราส่วนที่สำคัญและควรให้ความสนใจคือ อัตราส่วนของFibonacci 38.2% 61.8 % ดังนั้นเมื่อตลาดมีการพัดตัวในแนวโน้มขาขึ้นจะมีจุดซื้อคืนจุดแรก เมื่อตลาดปรับตัวลง 33-38% ของจุดสูงสุด

5.ใช้เส้นแนวโน้ม TrendLine 
เส้นแนวโน้ม TL เป็นหนึ่งในเครื่องมือการวิเคราะห์ที่่ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่ต้องคำนึงมีเพียงของเขตที่เส้นแนวโน้มแสดงและจุด 2 ตำแหน่งบนกราฟ เส้นแนวโน้มขาขึ้นวาดโดยใช้จุดต่ำสุด / 06f ที่อยู่ไกล้กัน และเส้นแนวโน้มขาขึ้นวาดโดยใช้จุดสูงสุด 2 จุดที่อยู่ไกล้กัน ราคามักจะเคลื่อนที่เข้าใกล้เส้นแนวโน้มก่อนที่จะเคลื่อนที่กลับเข้าสู่แนว โน้มของมัน หาราคาทะลุผ่านเส้นแนวโน้ม จะแสดงถึงสัญญาณของการเปลีี่ยนแปลงแนวโน้ม เส้นแนวโน้มจะมีผลเมื่อราคาเคลื่อนที่แตะที่เส้น สาม ครั้ง เป็นอย่างน้อย เส้นแนวโน้มที่ลากได้ยิ่งยาว หมายถึง จำนวนครั้งมากขึ้นของการทดสอบเส้นแนวโน้มและยิ่งทำให้เส้นแนวโน้มมีความ สำคัญมากขึ้น

6.ติดตามเส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average)
หมายถึงการ เคลื่อนที่ของเส้นค่าเฉลี่ย( Moving Average) ซึ่งจะบอกถึงราาเป้าหมายที่จะซื้อและขาย เ้ส้นค่าเฉลี่ยนี้จะแสดงให้เห็นว่าราคาอยู่ในแนวโน้มเช่นใด และช่วยยืนยันสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้ม อย่างไรก็ตามเส้่นค้่าเฉลี่ยไม่ใช่เครื่องมือที่จะบอกล่วงหน้าว่าแนวโน้มกำ ลังจะเปลียน รุปแบบของการใช้เส้นค่าเฉลี่ยที่เป็นที่นิยมคือการใช้เส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้น เพื่อหาจุดซื้อ-ขาย ค่าที่นิยมใช้สำหรับเส้นค่าเฉลี่ยที่ใช้คู่กัน คือ period 5 , 10 , 20 , 34, 50 , 89 , 100 , 200 โดยทั่วไปแล้วจะจับคู่กันระหว่างเส้นแนวโน้มระยะสั้น และระยาว เส้นแนวโน้มระยะสั้นจะมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 50 และ เส้นแนวโน้มระยะยาวจะมากกว่า Period 50 สัญญาณการชื้อ ขาย เกิดขึ้นเมื่อ แนวโน้มระยะสั้นตัดกับแนวโน้มระยะยาว เช่น เส้นแนวโน้ม Period 5 ตัดกับ 50 เมื่อตัดกันแล้ว คุณก็ ซื้อ ด้วยเหตนี้ เส้นแนวโน้มค่าเฉลี่ยจึงเหมาะกับตลาดที่อยู่ในช่วงที่มีแนวโน้มที่ชัดเจน หรือตลาด มีเทรน

7. รุ้ถึงจุดที่ตลาดกลับตัว
Oscillators เป็นเครื่องมือที่ช่วงของขอบเขตอยู่ในช่วง 0 ถึง 100 เป็น เครื่องมือที่วัดการแกว่งของตลาด เหมาะ สำหรับตลาด ที่มีเทรนไม่แน่นอน เป็นดัชนีที่ช่วยบ่งชี้จุดที่มีการซื้อหรือขายมากเกินไป ในขณะีี่ที่เส้นค่าเฉลี่ยจะช่วยยืนยันว่าตลาดมีการเปลี่ยนแนวโน้ม Oscillators จะช่วยเตือนล่วงหน้าว่าตลาดเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทางหนึ่งมากเกินไป และทำให้เกิดจุดกลับตัว Oscillator ที่เป็นที่นิยมได้แก่ Relative Strength Index (RSI) และ Stochastic ทั้งสองตัวนี้จัดเป็นเครื่องมือที่เรียกว่า Oscillator เพราะให้ค่าที่อยู่ในช่วง 0 ถึง 100 เมื่อ RSI มีค่าเกิน70 จะแดงว่ามีการซื้อที่มีมากเกินไป ( Overbought)และต่ำกว่า 30 แสดงว่ามีการขายมากเกินไป ( Oversold) ค่า OB และ OS สำหรับ Stochastic คือ80 และ 20 นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้ค่า 14 และ 9 สำหรับRSI และ Stochastic ใช้ค่า( 8 3 3 ) ( 14 3 3 ) ( 17 4 8 ) และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความพึ่งพอใจของแต่ละบุคคล สัญญาณการกลับตัวที่เกิดขึ้นใน Oscillator จะเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดกำลังจะกลับตัว เครื่องมือเหล่านี้ใช้ได้ดีเมื่อตลาดอยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับการเล่นเกร็ง กำไร และไม่แสดงแนวโน้มที่ชัดเจน สัญญาณในระดับสัปดาห์สามารถนำมาช่วยในการขจัดสัญญาณหลอกและยืนยันสัญญาณ ในระดับวัน และใช้สัญญาณในระดับวัน สำหรับยืนยันสัญญาณในรายชั่วโมง

8.มองเห็นสัญญาณเตือน 
Moving Average Convergence Divergence (MACD) เป็นดัชนีวัด(พัฒนาโดย Gerald Appel) ที่รวมเอาระบบการตัดผ่านของเส้นค่าเฉลี่ยและการชี้จุด Overbought/Oversold ของ oscillator ไว้ด้วยกัน สัญญาณที่จะซื้อจะเกิดเมื่อเส้นที่เร็วกว่าตัดขึ้นเหนือเส้นที่ช้ากว่าา โดยทั้งสองเส้นอยู่ต่ำกว่า 0 Zero line สัญญาณขายเกิดขึ้นเมื่อเส้นที่เร็วกว่าตัดลงต่ำกว่าเส้นที่ช้ากว่าเหนือ 0 Zero Line สัญญาณในระดับสัปดาห์ จะมีน้ำหนักและความสำคัญมากกว่าสัญญาณในระดับวัน MACD Histogram ซึ่งมาลักษณะเป็นแท่ง แสดงถึงส่วนต่างระหว่างMACD สองเ้ส้น สามารถส่งสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแนวโน้มได้เร็วกว่าอีกด้วย

9. เป็นแนวโน้มหรือไม่เป็นแนวโน้ม
Average Direction Index( ADX) เป็นดัชนี ที่จะบอกว่าตลาดอยู่ในช่วงที่มีแนวโน้มหรือไม่และเป็นตัวช่ยวัดว่าแนวโน้ม อยู่ในระดับใด เส้น ADX ที่ชี้ขึ้นแสดงถึงแนวโน้มที่มีความชัดเจนมาก คงรใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการวิเคราะห์ หากเส้น ADX ปรับตัวต่ำลง แสดงถึงตลาดที่ไม่มีแนวโน้มและเหมาะสำหรับเกร็งกำไรระยะสั้นควรใช้ Oscillator ในการวิเคราะห์ การใช้ ADX ช่วยนักลงทุนในการวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและในการเลือกใข้เครื่องมือที่เหมาะ สมกับสภาวะตลาด

10. รู้จักการดูสัญญาณเพื่อยนยันแนวโน้ม
สัญญาณที่ให้ การยืนยันรวมถึงปริมาณการซื้อขายและจำนวนการซื้อขายที่มีการลงทุนจากผู้ที่ เข้ามาซื้อขายใหม่(Open Interest) ทั้ง สอง ตัวนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันแนวโน้มสำหรับตลาดล่างหน้า ปริมาณการซื้อขายมักจะส่งสัญญาณกลับตัวก่อนที่ราคาจะกลับตัว สิ่งสำคัญคือต้องมั่นใจว่ามีปริมาณการซื้อขาย อย่างหนาแน่นในทิศทางเดียว กับแนวโน้มปัจจบัน ในแนวโน้มขาขั้น ควรมีปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้นเพื่อยืนยันว่าแนวโน้มนั้นยังแข็งแรงอยู่ ส่วน Open Interest ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะช่วยยืนยันว่ามีเงินไหลเข้ามาต่อเนื่องและช่วยหนุนให้แนว โน้มปัจจุบันคงอยู่ หาก Open Interest ลดลง ย่อมเป็นสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มนัั้นใกล้สิ้นสุดลง ดังนั้น ราคาที่มีแนวโน้มสูงขึ้นควรมีปริมาณซื้อและ Open Interest หนุนอยู่ด้วย

โดย thaiforexschool.com 

Forex คืออะไร ?

การลงทุนในตลาดล่วงหน้า หรือตลาด Future โอกาสสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงให้แก่ผู้ลงทุน

Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา Forex Market หรือ ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขาย มากกว่า US$ 2 trillion ( 2 ล้านล้านดอลล่าร์ ) ต่อวัน เป็นตลาดการเงินที่มี สภาพคล่องสูงมาก ตลาดเปิดทำการซื้อ – ขาย 24 ชั่วโมง ตลอดวันทำการ โดยหยุดทำการซื้อขาย แค่ เสาร์ – อาทิตย์ เท่านั้น

Forex Market Exchange คือเป็นตลาดกลางสำหรับธนาคาร ซื่งเริ่มขึ้นในปี 1971 เมื่อการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เปลี่ยนจากระบบตายตัวเป็นแบบลอยตัว ตลาดนี้เป็นการแลกเปลี่ยนโดยคนกลาง ในการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างสกุลต่างๆ ในอัตรา และวันที่กำหนด

ตลาดของการแลกเปลี่ยนเงินตราในตลาดโลก ได้ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการค้าระหว่างประเทศ และการล้มเลิกอัตราแลกเปลี่ยนแบบตายตัวในหลายๆประเทศ ในกลางปี 1998 มีปริมาณการแลกเปลี่ยนเงินตรา คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1,982 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ไม่เฉพาะขนาดของการแลกเปลี่ยนที่เติบโตขึ้น แต่รวมทั้งอัตราของการแลกเปลี่ยนด้วย ในปี 1977 มีปริมาณการทำธุรกรรมประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเข้าสู่หลัก 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 1992 ซึ่งการเติบโตนี้ ผู้ดำเนินการในการแลกเปลี่ยน สามารถเพิ่มรายได้ขึ้นกว่า 80% ซึ่งมีทั้งสถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วไป

จากการพัฒนาขึ้นอย่างมากของคอมพิวเตอร์ ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ก็ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับตลาดเป็นอย่างมาก และในการนี้ตัวกลางมืออาชีพได้มีความสำคัญขึ้นอย่างมาก การแลกเปลี่ยนซึ่งเมื่อก่อนต้องขึ้นอยู่กับธนาคารขนาดใหญ่นั้น ได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเติบโตของตลาดบนอินเตอร์เน็ต ธนาคารได้นำเสนอบริการแบบอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลทั่วไป นั่น หมายความว่าเราสามารถ ซื้อ – ขาย ในตลาด Forex โดยผ่าน อินเตอร์เน็ตนั่นเอง Forex เป็นการซื้อ - ขาย ค่าเงิน โดยเงินที่มีการซื้อขาย ต้องอยู่ในระบบแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งค่าเงินต่างๆ จะมีการจับคู่ ซื้อขาย โดยราคาจะเปลี่ยนไปตามอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินทั้งสอง เช่น ระหว่างเงินยูโร กับ ดอลล่าร์อเมริกา ( EUR/USD ) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบค่าเงินว่า เมื่อเราซื้อยูโร จะขายได้ในราคาดอลล่าร์อเมริกาที่ราคาเท่าไร กำไรที่เกิดจะมาจากอัตราแลกเปลียนที่เปลี่ยนแปลงไป

ข้อดีของตลาด Forex
เป็นตลาดที่มีความคล่องตัวสูงมาก นักลงทุนสามารถถอนเงินทุนหรือกำไรที่ได้จากตลาด Forex ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง นักลงทุนสามารถลงทุนตั้งแต่ 1 USD จนไม่มีจำกัด ตลาด Forex มีการซื้อ - ขาย ตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าวันจันทร์ - วันศุกร์ เนื่องจากช่วงเวลาทำการของแต่ละประเทศเหลื่อมล้ำกัน คือ... ตลาด ออสเตรเลียเปิด เวลา 05.00 - 13.00 น. , ตลาดญี่ปุ่นเปิด 06.00 - 14.00 น. , ตลาดยุโรป เปิด 13.00 - 21.00 น. , ตลาดสวิสเซอร์แลนด์เปิด 13.00 - 21.00 น. , ตลาด เปิด 14.00 - 22.00 น. , ตลาดอเมริกาเปิด 19.00 - 03.00 น.ของวันใหม่
ปัจจุบันนักลงทุนสามารถทำการซื้อ - ขายผ่านระบบ Internet จึงทำให้สามารถนั่งทำเงินได้อยู่ที่บ้าน หรือทุกๆที่ที่มี Internet


ค่าเงินสกุลต่างๆ ที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายในตลาด Forex ที่สำคัญ มีดังนี้

Symbol ชื่อสกุลเงิน ชื่อเรียก ประเทศ ตลาด เปิด-ปิด
USD ดอลลาร์ Buck สหรัฐอเมริกา 19.00-03.00
EUR ยูโร Fiber สหภาพยุโรป 13.00-21.00
JPY เยน Yen ญี่ปุ่น 06.00-14.00
GBP ปอนด์ Cable อังกฤษ 14.00-22.00
CHF ฟรังซ์ Swissy สวิสเซอร์แลนด์ 13.00-21.00
CAD ดอลลาร์ Loonie แคนาดา 19.00-03.00
AUD ดอลลาร์ Aussie ออสเตรเลีย 05.00-12.00

เวลาเปิด-ปิดตลาด ของแต่ละโซน (ค่าเงิน) ตลาดของแต่ละโซนจะเปิด-ปิด คาบเกี่ยวกันตลอดทั้งวัน ทำให้เราสามารถเทรดได้ 24 ช.ม. แต่ช่วงที่เหมาะแก่การเทรดคือช่วง ตลาดยูโร (EUR) เปิด ถึงหลังตลาดอเมริกา (USD) เปิด 4-5 ชม. คือแถบสีแดงด้านบน ประมาณเวลา 13.00 - 24.00 ตามเวลาไทย ปกติจะเป็นช่วงที่ตลาดผันผวนราคามีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าช่วงอื่น การลงทุนคือความเสี่ยง ยิ่งผลตอบแทนเยอะความเสี่ยง ก็ยิ่งเยอะตามไปด้วย จึงควรศึกษาให้เข้าใจมากๆ ก่อนการลงทุนครับ

การเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ Forex (Foreign Exchange) เป็นชื่อที่ใช้เรียกการซื้อขาย ค่าเงินกันโดยตรง ของตลาดเงินตรา ที่มีมูลค่า $2Trillion (2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อวัน ตลาด Forex มีมูุลค่าการซื้อขายสูงกว่า ตลาดทางการเงินอื่นๆ รวมกัน ถึง 46 เท่า ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ Forex is the world’s most liquid market ในอดีตที่ผ่านมา การซื้อขาย แลกเปลี่ยนค่าเงิน ถูกจำกัดไว้เฉพาะแต่ในแวดวงของธนาคาร และ สถาบันการเงิน ขนาดใหญ่ เท่านั้น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ทำให้สามารถพัฒนาระบบการเทรดแบบ Online ที่ยอมให้นักลงทุนรายย่อย ได้มีโอกาสเข้ามาทำการซื้อขาย ค่าเงิน กันได้โดยตรงในตลาด Forex โดย Foreign Exchange เทรดได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวกลาง การซื้อขาย สามารถทำได้หลายช่องทางทั้งทางโทรศัพท์และทางระบบ Internet ทำให้มันเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่หรือเวลาใดๆ

สรุปโดยคร่าวๆ การซื้อขาย Forex คือการซื้อขายแลกเปลี่ยนค่าเงินล่วงหน้าโดยอ้างอิงจากดัชนีราคาหุ้นค่าเงินจากทั่วโลก โดยจะเทรดค่าเงินเป็นคู่ๆ เช่นค่าเงิน EUR/USD เป็นคู่เงินหลักที่เทรดเดอร์นิยมเทรดมากที่สุด ก็เหมือนๆ ซื้อหุ้นในรูปแบบ TFAX หรือ SET index 50 - 100 Future ในไทยอ่ะครับ

แต่ยังมีคำถามเกิดขึ้นมาอีกเรื่อยๆ ผมจึงต้องอธิบายให้เพื่อนนักลงทุนสาย forex หรือมือใหม่ ทำความเข้าใจตรงนี้

มีคนถามว่าทำไมถึงเรียกการเทรด forex ว่าเล่นหุ้น forex ..?

หุ้น มีความหมายหลายอย่าง แต่ที่เอาคำว่าหุ้นมาเรียก ไว้ข้างหน้า forex ก็คือต้องการสื่อความหมายว่า เก็งกำไรในตลาด forex คล้ายๆ การซื้อหุ้น ถือหุ้นไว้ครับ จึงต้องตั้งคำเรียกว่า หุ้น forex ครับ การลงทุนโดยการเก็งกำไรส่วนต่างในตลาด forex เรียกเต็ม Foreign Exchange แปลไทย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา รูปแบบคือเราซื้อ/ขาย ค่าเงินมาถือราคาไว้(เหมือนถือหุ้นประมาณนั้น) ขายคืน เอาส่วนต่าง ส่วนต่างจะได้เป็นกำไร หรืออาจขาดทุน จึงเป็นที่มาว่า เอาคำว่าหุ้น กับ forex มารวมกัน กลายเป็นคำเรียกว่า หุ้น forex นั้นเอง...

แนะนำลองไปอ่านเรื่องตราสารอนุพันธ์

และนิยามที่คำว่า หุ้น Forex จึงเกิดขึ้นในหมู่นักลงทุนทั่วไป รุ่นพี่บางท่านก็ถกเถียงกันในเรื่องนี้ แต่ความจริงคือ ไม่ผิดเลยครับ ที่จะเรียกการเทรด Forex ให้มีคำนำหน้าว่า เล่นหุ้น Forex เพราะเป็นคำที่สื่อให้เข้าใจง่ายในหมู่นักลงทุนหน้าใหม่ จริงๆ แล้ว จะเรียกอย่างไหนก็ได้ครับ หุ้น Forex หรือ Forex เฉยๆ ก็ได้ เปรียบได้ว่าเป็นคําทับศัพท์นั้นเอง

การที่เราจะซื้อขายใน ตลาด Forex จะต้องเปิดบัญชีกับ Forex Broker เป็นโบรกเกอร์ทางอินเตอร์เน็ต เราสามารถเทรดออนไลน์ได้ ตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าวันจันทร์ ถึง คืนวันศุกร์ สำหรับมือใหม่ ยังไม่เคยเทรดเลยแนะนำลองเปิดบัญชีของ EXNESS ดูครับ มีเงินปลอมให้เล่น $500000 (เบิกเป็นเงินจริงไม่ได้ เอาไว้ฝึกเทรด)

คลิกที่นี่เพื่อศึกษาต่อ

ทำกำไรในตลาดฟอเร็กซ์ได้ยังไง

ในตลาดฟอเร็กซ์  คุณจะซื้อหรือขายสกุลเงินนั้นเป็นเรื่องที่ง่าย เครื่องมือของการเทรดคล้ายๆกันซึ่งหาได้จากตลาดอื่นๆ เช่นตลาดหุ้น ดังนั้นเมื่อคุณมีประสบการณ์ในการเทรด คุณน่าจะมีความสามารถที่จะทำกำไรได้เร็วขึ้น

วัตถุประสงค์ของการเทรดฟอเร็กคือ การแลกเปลี่ยนสกุลหนึ่งเพื่อให้ได้อีกสกุลเงินหนึ่งและคาดหวังว่าราคาจะ เปลี่ยนแปลง นั้นหมายความว่า สกุลเงินที่คุณได้ซื้อจะต้องมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงิน หนึ่งที่คุณขาย

ตัวอย่างของการทำเงินจากการซื้อสกุลเงิน EUR (ยูโร)                                                                                                                                 
            Trading ‘s Action            EUR            USD
            คุณซื้อเงินยูโรจำนวน 10000 euros ในอัตราแลกเปลี่ยน 1.18            +10,000            -11,800
            สองสัปดาห์ต่อมา คุณได้ไปแลกยูโรกลับมาเป็น US ดอลล่าร์ ในอัตราแลกเปลี่ยน 1.25            -10,000            +12,500
            คุณทำกำไรได้ 700$ ภายในสองสัปดาห์            0            +700

EUR 10,000 * 1.18= US $11,800 และ EUR10,000 * 1.25= US $12,500

อัตรา แลกเปลี่ยนอัตราส่วนง่ายของสกุลเงินหนึ่งเทียบเงินสกุลเงินอื่นๆ ตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยนของ USD/CHF บ่งชี้ว่า กี่ดอลล่าร์สหรัฐ จึงจะซื้อ 1 Swiss francs ได้ หรือ กี่ ฟรังส์สวิส จึงจะซื้อ หนึ่งดอลล่าร์ได้

คุณจะอ่านราคา Forex ได้อย่างไร
สกุลเงินแสดงราคาเป็นคู่ เสมอ เช่น GBP/USD หรือ USD/JPY เหตุผลที่แสดงราคาเป็นคู่ๆ ก็เพราะว่าในทุกๆรายการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศคุณต้องซื้อสุกลเงิน หนึ่งและขายอีกสกุลหนึ่งๆ ในเวลาเดียวกัน นี่คือตัวอย่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของ ค่าเงินปอนด์(GBP) เทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ(USD)

GBP/USD=1.7500
สกุล เงินตัวแรกที่อยู่ด้านซ้ายมือของเครื่องหมาย สแลซ (Slash /) จะเรียกว่า Base Currency สกุลเงินหลัก ในตัวอย่างนี้ก็คือค่าเงินปอนด์ (GBP)  ขณะที่อีกหนึ่งตัวที่อยู่ด้านขวาของสแลซ ถูกเรียกว่า Counter หรือ quot currency ในตัวอย่างนี้ก็คือ ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ(USD)
เมื่อคุณทำการซื้อ อัตราแลกเปลี่ยนจะบอกคุณว่า คุณจะต้องจ่ายกี่หน่วยของ quote currency เพื่อที่จะซื้อ Base currency ต่อหนึ่งหน่วย จากตัวอย่างด้านบน คุณต้องจ่าย 1.7500 ดอลล่าร์เพื่อที่จะซื้อ 1 ปอนด์
เมื่อคุณทำการขาย อัตราแลกเปลี่ยนก็จะบอกคุณว่า คุณจะจ่ายกี่หน่วยของ Quote currency เพื่อทำการขาย Base currency ต่อหนึ่งหน่วย จากตัวอย่างด้านบน คุณจะได้รับ 1.7500 U.S ดอลล่าร์ เมื่อคุณขาย 1 ปอนด์
ค่าเงินหลัก ตัวหน้า (Base currency) คือ (basis) ส่วนสำคัญ สำหรับการซื้อ หรือ ขาย ถ้าคุณซื้อ EUR/USD ความหมายง่ายๆก็คือคุณกำลังซื้อ base curency และกำลังขาย quote currency ในเวลาเดียวกัน
คุณจะซื้อคู่เงินที่คุณเชื่อว่า Base Currency จะมีอัตราราคาเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ quote currency และคุณจะเซลคู่ที่คุณคิดว่า base currency นั้นมีอัตราของราคาลดลงเมื่อเทียบกับ quote currency

Long/Shot
ก่อนอื่น คุณต้องรู้ว่า คุณต้องการซื้อ(Buy) หรือ ว่าขาย(Sell)
ถ้า คุณต้องการที่จะซื้อ คุณต้องการให้ Base Currency มีค่ามากขึ้นแล้วคุณจะขายมันที่ราคาสูงกว่า แบบนี้เรียกว่า “going long “ หรือเรียกว่า Long position และจำไว้ว่า Long =Buy
ถ้าคุณต้องการที่จะ ขาย (Sell) คุณต้องการให้ราคา Base Currency ลดลง แล้วคุณจะซื้อ Buy มันกลับที่ราคาต่ำกว่าเดิม แบบนี้เรียกว่า Going Short หรือ เรียกว่า Short position  และจำไว้ว่า Short=Sell

Bid/Ask  Spread
ในตารางแสดงราคาฟอเร็กจะประกอบด้วย Bid และ Ask ราคา Bid จะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ
Bid คือราคาที่ Dealer กำลังจะซื้อ Base Currency ในการแลกเปลี่ยนสำหรับ Quote Currency แบบนี้หมายความว่า  Bid ก็คือราคาที่คุณจะขาย (sell)
Ask คือราคาที่ Dealer กำลังจะขาย Base Currency ในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ Quote Currency แบบนี้หมายความว่า Ask คือราคาที่คุณจะซื้อ (Buy)
ส่วนต่างระหว่าง ราคา Bid และ Ask ส่วนใหญ่จะรู้จักกันดี หรือที่เรียกว่า Spread

มาดูตัวอย่างของตารางแสดงราคา
                                   
นี่คือ ตารางแสดงราคาของคู่เงินต่างๆ ยกตัวอย่าง EUR/USD ราคาบิดคือ 1.3640 และราคา ask คือ 1.3641 ถ้าคุณต้องการที่จะ Sell  EUR คุณก็กด Sell แล้วคุณก็เซลเงินยูโรที่ราคา 1.3640 ถ้าคุณต้องการที่จะ Buy EUR คุณ Click Buy แล้วคุณก็ได้บายเงินยูโรในราคา 1.3641 จากตัวอย่างนี้ คุณจะต้องวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะ บาย หรือจะ เซล คู่เงินนั้นๆ ถ้าคุณรู้สึกเบื่อกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานให้คุณผ่านขึ้นตอนนี้ไปได้ เลย EUR/USD ในตัวอย่างนี้ EURO เป็น Base Currency และเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการ Buy/Sell

ถ้าคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะอ่อนค่ามากๆ ซึ่งเป็นข่าวร้ายสำหรับ US ดอลล่าร์  คุณก็ดำเนินการ Buy EUR/USD ได้ ในระหว่างคุณซื้อยูโรไปแล้วในความคาดหมายของคุณ Euro จะต้องเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ US ดอลล่า แต่ถ้าคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐดีมากๆ และยูโรอ่อนค่ามากๆเมื่อเทียบกับ ดอลล่าสหรัฐ จะดำเนินการ Sell EUR/USD ได้เลย ในระหว่างที่คุณ Sell ตามการคาดการณ์ว่า พวกเราจะต้องร่วง เมื่อเทียบกับ US ดอลล่าร์

USD/JPY
ในตัวอย่างนี้ ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ (USD) เป็น Base Currency และ ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการ Buy/Sell
ถ้า คุณเชื่อว่า นักลงทุนญี่ปุ่่นกำลังดึงเงินออกจากสถาบันการเงินของสหรัฐ และเปลี่ยนจาก US ดอลล่าร์เป็นค่าเงิน เยน ของพวกเราแล้ว นี่คือ สิ่งที่เลวร้ายของ US ดอลล่า คุณดำเนินการ Sell USD/JPY ได้ทันที โดยการกระทำการ Sell  US ดอลล่าร์ของคุณโดยการคาดการณ์ที่ว่า พวกเราจะต้องร่วงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่น
GBP/USD
ในตัวอย่างนี้ GBP เป็น Base Currency แล้วมีความสำคัญต่อการ Buy/Sell
ถ้า คุณคิดว่าเศรษฐกิจของอังกฤษโตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐ คุณก็ดำเนินการเปิดออเดอร์ Buy  ได้ การ Buy ปอนด์ โดยการคาดการณ์ที่ว่า พวกเขาต้องมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดอลล่าสหรัฐ

USD/CHF
ในตัวอย่างนี้ USD เป็น Base Currency ดังนั้นจึงมีความสำคัญในการ Buy/Sell
ถ้า คุณเชื่อว่า ฟรังค์สวิส มีค่ามากเกินไป ให้คุณเปิดออเดอร์ Buy ได้ โดยการกระทำการ Buy Us ดอลล่าร์ของคุณหวังว่าพวกเราจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อเทียบกับฟรังค์ สวิส
แต่ถ้าคุณเชื่อว่า ตลาดบ้าน สหรัฐ เกิดภาวะฟองสบู่แตกซึ่งเป็นสิงเลวร้ายสำหรับการเจริญเติบโตของเศรญฐกิจสหรัฐ ทำให้ค่าเงินดอลล่าอ่อนตัว
คุณสามารถดำเนินการเปิดออเดอร์ Sell USD/CHF ได้เลย และคาดการณ์ว่าพวกเราจะต้องร่วงเมื่อเทียบกับค่าเงิน Swiss franc

Demo Account (บัญชีเงินปลอม)
คุณ สามารถเปิดบัญชีเงินปลอมได้ฟรีได้ทุกๆโบรกเกอร์ บัญชีนี้มีการบรรจุของบัญชีจริงอยู่ด้วย ทำไมถึงฟรี ก็เพราะว่า ทางโบรกเกอร์ต้องการให้คุณเรียนรู้จากภายในและภายนอกของโปรแกรมการเทรดของ พวกเขาและถ้าเป็นเวลาอันดีและไม่มีความเสี่ยง และเมื่อคุณตกหลุมรักกับโปรแกรมเทรดและระบบของเขา คุณก็ลงทุนด้วยเงินจริง บัญชีเงินปลอมนี้สามารถทำให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับตลาด Forex และสามารถทดสอบความสามารถและทักษะในการเทรดของคุณโดยไม่มีความเสี่ยง

ขอบคุณบทความดีๆจาก: thaiforexschool.com 

อันที่จริงแล้วเทรดเดอร์มีอยู่ 5 level ดังนี้

Trader level 1
หลังจากที่คุณได้กรอกฟอร์มสมัครเป็นเทรดเดอร์ผ่านเวปไซค์แล้วคุณก็ได้ขึ้นชื่อ ว่าเป็นเทรดเดอร์ สาเหตุที่คุณได้เข้ามาเป็นเทรดเดอร์ก็เพราะว่าคุณได้อ่านผ่านเวปไซค์ต่างๆ หรือจากการแนะนำของเพื่อนสนิทของคุณ ซึ่งข่าวเล่าขานกันว่านักเทรดสามารถทำรายได้ไม่น้อยกว่าเงินเดือนของ ผู้จัดการ บริษัทหรือบางคนพูดกันว่ารายได้ของนักเทรดอาจจะมากกว่ารายของบริษัท บางบริษัทก็มี (เมื่อได้ยินแล้วก็ตาโต) คุณเลยคิดว่าคุณสามารถทำกำไรได้เช่นกัน เมื่อเข้าสู่ตลาดวันแรกคุณอาจจะทำกำไรได้ถึง 100 pips-200 pips ผมคิดว่าเป็นเพราะคุณโชคดีมากกว่า เพราะคุณยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจกับกราฟและเทรดตามใจชอบ

สุดท้ายตลาดเอาชนะคุณจนได้ เชื่อเหอะไม่มีความโชคดีดวงดีของใครเอาชนะตลาดฟอเร็กซ์ได้หรอก ขาดทุนกับขาดทุน margin ในพอร์ทของคุณก็ลดลงเรื่อยๆ แต่คุณยังเชื่อว่าคุณจะเอาชนะตลาดให้ได้
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็ล้างพอร์ทไปแล้ว

90% ของนักเทรดที่ฝันร้ายยังอยู่ใน level นี้ ไม่ยอมเชื่อฟังใครแต่หากขาดทุนขึ้นมาจะโยนความผิดให้คนอื่นทั้งๆที่รู้อยู่ แก่ใจว่าตัวเองยังขาดประสบการณ์อยู่ ส่วนใหญ่จะเก็บกำไรน้อยๆ ยอมขาดทุนเยอะ

ขึ้นอยู่กับกาลเวลาเท่านั้น คุณจะอยู่ level นี้อีกนานเท่าไหร่ ?

90%ของนักเทรดยังอยู่ level นี้อีกต่อไป แค่ 10% ของนักเทรดเท่านั้นที่ข้ามขึ้นไป level ที่2 ได้

Trader level 2
ถึงตรงนี้แล้วคุณเริ่มเข้าใจแล้วว่าคุณไม่สามารถเทรดได้หากยังนั่งหมกหมุ่นอยู่ คนเดียวเลยเริ่มคิดค้นหาเครื่องมือเพื่อช่วยในการเทรด
ใน level นี้คุณจะทดลอง indicator ต่างๆ มากมายเพื่อช่วยนำทางในเวลาเทรดพร้อมหาข่าวสารจากเวปไซค์ต่างๆ มาวิเคราะห์
เมื่อ เริ่มวิเคราะห์ตลาดได้แล้วคุณเริ่มมองจุดสูงต่ำของตลาดจากกราฟและเริ่ม หา chat room เพื่อพูดคุยและถามอะไรไหม่ๆ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน บางครั้งเป็นคำถามที่ไม่ควรถามแต่หากคุณไม่ถามก็จะไม่มีวันรู้ หลังจากใช้เวลานานพอสมควรอยู่ใน level นี้ คุณจะเก็บแค่ 3-5 indicator เพื่อเดินไปสู่ level ที่ 3
จาก10%ของเทรดเดอร์ที่ขึ้นมาจาก level 1 จะมีแค่ 7% เท่านั้นที่สามารถขยับตัวเองไปสู่level 3 ได้

Trader level 3
ในช่วงสุดท้ายของ level 2 คุณเริ่มเข้าใจแล้วว่าอันที่จริงแล้วการเป็นนักเทรดนั้นต้องคำนึงถึงหลาย ประการเลยที่เดียว เช่น money management, วินัย,ความรู้,ประสบการณ์ เป็นต้น
ลดการเทรดแบบใช้อารมณ์ทุกครั้งที่เข้าสู่ตลาดคุณจะมีการวาง stop loss/take profit
ในแต่ละวัน ไม่มีเทรดเดอร์คนไหนที่ทำกำไรได้ถึง 100% หรอก

เมื่อคุณเข้าใจถึงวินัยของเทรดเดอร์แล้วคุณจะเปิดการซื้อ/ขายแค่ 5%ของทุนและยอม ขาดทุนแค่2% ของทุนที่ลงไป คุณจะทำอย่างนี้อยู่ตลอดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี จาก 7% ของเทรดเดอร์ที่ขึ้นมาจาก level 3 จะมีแค่ 5% เท่านั้นที่สามารถขยับตัวเองไปสู่level 4 ได้

Trader level 4
Ok ตอนนี้คุณจะเทรดเมื่อเจอ entry ที่คุณต้องการเท่านั้น
คุณ จะเทรดด้วยความมั่นใจถึงแม้ว่าบางครั้งจะมีการ cut loss ทิ้งบ้าง แต่ในเมื่อคุณคำนึงถึงวินัยของเทรดเดอร์อยู่ตลอดเวลา คุณจะตั้งเป้า แค่ 30-45 pips ต่อวันและจะทำอย่างนี้อยู่ประมาณ 6 เดือน จาก 5% ของเทรดเดอร์ที่ขึ้นมาจาก level 4 จะมีแค่ 3% เท่านั้นที่สามารถขยับตัวเองไปสู่ level 5 ได้

Trader level 5
นั่นแน่ คุณได้เดินมาถึง level 5 จนได้ จุดนี้คือจุดยืนที่เทรดเดอร์ทั้งหลายรอคอย ที่พูดอะไรออกมาก็มีแต่คนอยากฟัง มีแต่คนคอยติดตามคุณอยู่ตลอดเวลา และคุณจะเป็นดาวเด่นใน chat roomของเวปต่างๆ หมดปัญหาเรื่อง การเงินและมีเวลาให้กับครอบครัว จะทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ หรือจะไปนั่งเทรดที่ โรงแรม ระดับ 5 ดาวก็ได้ไม่มีใครว่าอะไรคุณ

Freedom คุณคือนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ

ไม่มีนักลงทุนคนไหนที่หูหนวกตาบอดที่เข้ามาเป็นนักลงทุนในตลาด forex อย่างแน่นอน

โดย. ป๋าศักดิ์ Fx_king

Forex กับกฎหมายไทย

Forex กับ กฎหมายไทยหลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่า Forex ในต่างประเทศมีมานานแล้ว และถูกกฎหมาย(ของต่างประเทศ) ซึ่งตลาดตรงนี้ใหญ่มาก และถือเป็นแหล่งลงทุนของนักลงทุนที่แท้จริง(ระดับสูงกว่าการเล่นหุ้น) เพียงแต่ว่าภายในประเทศไทยการลงทุนในด้าน Forex ยังไม่มีกฎหมายรองรับที่ร่างออกมาแบบทางการเท่านั้นเอง และในประเทศไทยยังไม่มีบริษัทนายหน้าหรือเอเจนซี่ที่เปิดให้บริการ การค้าในด้าน Forex อาจเป็นเพราะว่าตลาดนี้มันใหญ่มาก เกินขีดจำกัดของด้านการเงิน ที่จะต้องมีคนกำกับดูแล ตลาด Forex ในไทยจึงจำกัดอยู่ในวงแคบ จะเทรดได้ก็มีแต่พวกขาใหญ่ๆ เช่น พวกสถาบันการเงิน ธนาคารต่างๆ รวมถึงกลุ่มกองทุนเอกชน นั่นเอง... แต่เนื่องด้วยปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนไปแล้ว มีเทคโนโลยีเข้ามา แต่ก่อนเวลาจะเทรดหุ้นต้องออกไปที่สำนักงาน หรือ ต้องโทรศัพท์ไปส่งคำสั่งซื้อขายแต่เดี๋ยวนี้ ทันสมัยขึ้นเยอะสามารถเทรดผ่านเพลตฟอร์มส่งคำสั่งแบบออนไลน์ได้ทันที มีระบบประมวลผลทางการเงินพร้อมทุกอย่าง เข้าถึงได้ง่ายมาก ตลาด Forex ก็เช่นเดียวกัน มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

ประวัติ Forex กับกฏหมายไทย
มีเรื่องเสียๆ หายๆด้านลบเกี่ยวกับธุรกิจ Forex อยู่ช่วงหนึ่งเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ได้มีพวกกลุ่มแชร์ลูกโซ่ ทำการเปิดบริษัท Forex บังหน้า แต่ว่าทางการเงินจริงๆ แล้ว ไม่ได้ Trade จริงๆ แต่หลอกให้ คนโอนเงินมาไว้กับตนเยอะๆ เอาเงินคนเสียมาจ่ายคนได้ ซึ่งโดยรวมแล้วจะมีคนได้น้อยกว่าคนเสีย ทำให้บริษัทอยู่ได้ แต่พอนานๆ เข้า คนได้มีมากกว่าหรือ อาจจะเพราะบริษัทต้องการปิดหนีเลยไม่จ่าย ตรงนี้ไม่ทราบ! แต่ที่แน่ๆ คนเดือดร้อน คือประชาชนที่ลงเงินลงทุนไปแล้ว ไม่สามารถตามเงินคืนได้

ความเสียหายนี้เกิดเป็นวงกว้างหลายพันล้านบาท จึงทำให้รัฐต้องออกกฎหมายเพื่อระงับแชร์ลูกโซ่ประเภทนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ Forex บังหน้า ผลก็คือ ตั้งแต่นั้นมา Forex เลยถูกห้าม เพราะจะคิดว่าเป็นการหลอกลวงมาตลอด จนถึงปัจจุบัน (ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ แต่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือของแชร์ลูกโซ่เฉยๆ) ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็เลยห้ามมาตลอด ผมกลับคิดว่า ตอนมีแชร์ข้าวสาร ทำไมไม่ห้ามซื้อขายข้าวสารล่ะ ? จะได้เข้าใจว่า Forex ไม่ได้ผิดอะไร การไม่เปิดให้บริการทำให้ระบบการเงินของประเทศไม่มีความหลากหลายอีกด้วยซ้ำร้าย นับแต่นั้นเรื่อยมา กลุ่มปราบปรามการเงินนอกระบบ จึงตั้งหน้าตั้งตา ตามปิดบริษัท ในเมืองไทยมาตลอด โดยจะห้ามเด็ดขาดและหากจับได้ก็จะใช้ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เป็นบทลงโทษ (ดูซิครับ ! ขนาดกฎหมายที่ห้าม ยังดูไม่ค่อยออกเลยว่ามันผิดที่ Forex หรือคนที่นำไปเป็นเครื่องมือ) จนปัจจุบันเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตดีขึ้น คนที่หาข้อมูล หาธุรกิจจะทราบดีแล้วว่า Forex เป็นเรื่องทั่วไป เป็นปกติของตลาดโลก (แต่ลองถาม ชาวบ้านทั่วๆ ไป เค้าจะเข้าใจว่าเป็นสิ่งหลอกลวงแทน) ตอนนี้ใครจะเล่นก็ได้ครับ เพราะเล่นกับผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมาย(ของต่างประเทศ)แทน แล้วถ้าจะให้เปรียบเทียบ ก็คือ คุณเล่นการพนันผิดกฎหมายในไทย แต่ถ้าคุณไปเล่นที่ลาสเวกัสมันก็ไม่ผิดอะไร

คุณรู้ไหม รัฐเคยออกข่าวด้วยนะครับว่า มีคนไทยเปิดบริษัทหลอกลวงให้บริการ Forex โดยใช้เว็บไซต์เป็นสื่อกลางชื่อว่า ODFX เป็นกลุ่มนายทุนอิสระ ที่แตกออกมาจากบริษัทอีกทีนึง แล้วมีการชวนร่วมลงทุน โดยมีสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนแบบปันผลแบ่งกำไรเป็น % ออกมา อ่านข่าวเพิ่มเติม

ผมไม่ใช่พวกต่อด้านกฎหมายนะครับ คิดว่ากฎหมายการฟอกเงิน กฎหมายเกี่ยวกับ กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ต้องบอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่จริงๆ แล้ว ไม่ควรเหมารวมเอา Forex เป็นเครื่องมือ และน่าจะเปิดเสรีด้านนี้ไปได้แล้ว จะได้เจริญตามต่างประเทศที่เค้ามี Forex ถูกกฎหมายกันซะที ประเทศที่ไม่มีอะไรเลย เช่น สิงค์โปร ฮ่องกง ทำตัวเป็น Broker อย่างเดียวก็รวยกว่าเราแล้ว ทำไมเราทำให้ดีได้กลับไม่ทำแถมมาห้ามอีก ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านที่เทรด Forex อยู่ อยากให้รัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้องพัฒนาในด้านเสรีทางการเงินให้มีการคล่องตัวมากขึ้นกว่านี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเปิดเสรีอาเซียน (AEC) ในปี 2558 นี้จะมีมาตราการออกมาแบบเปิดเผยที่ดียิ่งกว่าเดิม

สรุป/วิเคราะห์ โดย Admin Forex Thaiclub
เรื่องนี้มีความจริงอยู่ 2 ส่วนครับ หน่วยงานราชการมั่ว เอามารวมกัน... ถ้าไม่อธิบายเพิ่ม เดี๋ยวจะไม่เข้าใจกัน

ส่วนแรก
คือบริษัทที่เปิดมาเพื่อหลอกลวงนักลงทุน โดยให้นำเงินมาลงทุนกับบรษัท และอ้างว่าจะนำไปเก็งกำไรในตลาด Forex และทางบริษัท สามารถทำกำไรได้แน่นอน แต่ โดยส่วนมากมักจะทำกำไรได้ในช่วงแรก และจะให้นักลงทุนให้ใช้กำไรนั้นเป็นทุนเพิ่ม แต่ต่อมาจะอ้างว่ามีการประมาณการผิดพลาด ทำให้ขาดทุน และตอนนี้ทุนลดลงไปเรื่อยๆ และให้นำเงินมาเพิ่ม เพื่อทำกำไรคืน แต่ลงท้ายมักจะหมดตัว ซึ่งบริษัทเช่นนี้จะไม่มีการทำธุรกรรมในการซื้อ-ขายจริง แต่จะมีการทำเอกสารปลอม เพื่อใช้ในการหลอกลวง

ส่วนที่สอง
เป็นเรื่องของ Money Game โดยเป็นในลักษณะการระดมทุน ที่อ้างว่าให้ผลตอบแทนในรูปกำไรที่ชัดเจน ไม่น้อยกว่า 10% - 20% ต่อเดือน เป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยบริษัทอ้างว่า สามารถให้ผลตอบแทนในลักษณะเช่นนั้นได้ เพราะนำเงินในลงทุนในตลาด Forex - ทองคำ - น้ำมัน หรือกิจการอื่น รวมทั้งยังมีผลประโยชน์ตอบแทนให้ เมื่อสมาชิกสามารถชักชวนผู้อื่นมาร่วมลงทุนได้ โดยมักจะใช้แผนการตลาดในลักษณะเดียวกับการตลาดแบบเครือข่าย ตัวอย่างของบริษัทที่ดำเนินการในรูปนี้ เช่น Swiss Cash Mutual Funds ที่โด่งดังเมื่อช่วงต้นปี 2550

ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นนั้น เป็น คนละเรื่องเดียวกัน กับการเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ อย่าลืมครับ อย่างนึงคือ ตลาด Forex นั้นมีอยู่จริง และเป็นตลาดทุนที่มีปริมาณการซื้อ-ขาย มากที่สุดในโลก มากกว่าทุกตลาดทุนในโลกนี้รวมกันซะอีก และการได้กำไร หรือขาดทุน นั้น เราซึ่งเป็นผู้เทรดเอง เป็นผู้กำหนดเองทั้งสิ้น รายได้ถือเป็นอีกส่วนที่ต้องว่าไปตามกฏหมายของภาษี หากมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดก็ควร ส่งเรื่องให้ถูกต้องตามลักษณะต่อไป

บัญญัติพวกนี้ใช้จัดการกับคนเล่นเงินแบบ Full Margin ไม่ใช่เล่นแบบl Margin แบบที่ ทุกๆท่านกำลังเทรดอยู่นะครับ กฎหมายตัวนี้มันอยู่ตั้งแต่ พ.ศ. 2485 ซึ่งนานมาแล้ว และถึงตอนนี้ในไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับเกี่ยวกับการเทรด Forex แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามเทรด Forex นะครับ ผมจึงว่าไม่ผิดในทุกกรณี

เพราะถือว่าเป็นการลงทุนส่วนบุคคลซึ่งเราสามารถเทรดกับผู้ให้บริการต่างประเทศได้โดยตรง โดยเราสามารถจัดการทุกอย่างเองได้ทั้งหมด ซึ่งต้องยอมรับในกฎหมายคุ้มครองของต่างประเทศ หากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินใดๆ ท่านจะฟ้องร้องอะไรไม่ได้ในหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือในศาลไทย เราต้องยอมรับความเสี่ยงเองทั้งหมด 

อ้าวแล้วจะเอาอะไรเป็นประกันได้ล่ะ ? 
ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นครับ โบรกเกอร์ต่างชาติเขาก็มีการรับรองตามกฏหมายของเค้า เลือกเจ้าดีๆ ไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอกครับ

โบรกเกอร์ที่มีตามมาตรฐาน
เขาไม่มีสิทธิ์แตะต้องเงินเราเลยครับ 2-3 ตัว ที่เราสามารถเช็คได้คือหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน
  1. อินเตอร์ - FSA
  2. ออสเตรเลีย - ASIC
  3. ไซปรัส - CySEC
ซึ่งโบรกเกอร์ที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่จะผ่านการดูแลรับรองจากตรงนี้ มากกว่า 1 ตัวขึ้นไป เพราะฉะนั้นวางใจได้ เพราะโบรกเกอร์บางบริษัทมีดีกรีสูงมาก เทียบเท่ากับธนาคารเลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น Citibank หลายๆ คนรู้จักแบรนด์นี้ดี Citibank ยังเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ทางด้าน FX มีบริษัทลูกนามว่า CitiFX Pro ดูแลสภาพคล่องร่วมกับโบรกเกอร์ต่างๆ และยังให้บริการเทรด Forex โดยตรง กับกลุ่มสถาบัน หรือ รายย่อยอย่างเราก็สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ครับ เงินทุนเริ่มต้นเปิดบัญชี $10,000

สำหรับผู้เริ่มต้นผมแนะนำให้เริ่มเทรดจากโบรกเกอร์ระดับกลางๆ ลงมา ซึ่งสามารถเปิดบัญชีได้จากผู้สนับสนุนเว็บไซต์เราดูได้ที่หน้า ผลิตภัณฑ์และบริการ

หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยมีข้อเสนอแนะจะแนะนำเราโปรดส่งข้อมูลของท่านมาที่
อีเมล: marketting_fx@hotmail.com 

ขอแสดงความนับถือ
Forex Tahiclub Team
www.stock-fx.com

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >> เรื่องเปิดเสรีในไทยเกี่ยวกับ Forex

ตัวอย่างการบริหารเงินทุน

คำถามที่คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก
+ ทุกวันนี้ มีระบบการเทรดของตัวเองแล้วหรือยัง ?
+ ถ้ามี จะเทรดด้วยเงื่อนไขอะไร ?
+ ใช้เครื่องมืออะไร / ไทม์เฟรมอะไร / ใช้มาจิ้นกี่%ของทุน / เทรดคู่ไหน / เทรดในช่วงเวลาไหน

คำถามเหล่านี้ เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนเลย ...
เหมือนการที่เราจะเปิดร้านขายอะไรสักร้านนึง มันต้องชัดเจน ว่าจะขายอะไร
ไม่ใช่ ป้าย คือร้านขายก๋วยเตี๋ยว แต่ในร้านดันเป็นร้านตัดผม

เมื่อเรากำหนดได้แล้วว่า สมมุติจะเทรดคู่ E/U 1H ด้วยเงื่อนไขอะไร ตามที่ตัวเองถนัด
ก็ต้องทดสอบ เงื่อนไข ที่ตัวเองกำหนดเอาไว้ ด้วยเงินปลอมก่อน
แล้วบันทึก ว่า เข้ากี่ครั้ง ชนะกี่ครั้ง แพ้กี่ครั้ง
ซึ่งะบบที่เราใช้ เราต้องตัดสินใจผลของการเทรด ตามเงื่อนไขที่เราคิดเอง
ถ้าผลออกมา ชนะ เกิน 70/30 ถือว่าเป็นระบบที่เหมาะกับเราแล้ว
ทฤษฏีแบบองค์รวม การชนะ 70 คือ ชนะแล้ว
พอเรามั่นใจ ว่าเราสามารถ Controls ตัวเราเองในการเทรด ด้วยระบบที่มี % win ได้
ก็มาเข้าสู่ การมี วินัย ในการเทรด และ การบริหารพอร์ต
ด้วยระบบที่เรามีในมือนี้ (จะมีกี่แบบ ก็แล้วแต่ความสามารถในการจัดการ)
ใน 1 วัน คิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะสามารถสร้างกำไร 5% ของทุน ต่อวันได้

ตอบ...
ถ้าบอกว่า ได้ครับ (ค่ะ)
นี่คือ ความมั่นใจในตัวเองในด่านแรกของการเดินทางไปสู่ชัยชนะ

นอกเรื่อง เล็กน้อย
สมมุติว่าเราเปิดร้านขายข้าวแกงใหม่ๆ
มีลูกค้า เดินเข้ามาถามว่า อร่อยมั้ย...
ถ้าเราตอบว่า ไม่รู้ซิ ลองกินดู
ถามว่า วันรุ่งขึ้น ไอ้หมอนั่นมันจะมาซื้ออีกมั้ย ?
ก็เหมือนกัน เทรดก็เช่นกัน ถ้าระบบที่เราใช้
เราไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่า จะสามารถมี %win แค่ไหน
แล้วจะเทรดไปเพื่ออะไร เอาเงินมาทิ้งเปล่าๆ

เมื่อเรามีความมั่นใจเรียบร้อย ต่อไปนี้ คือ Year Trading Plan
ใน 1 เดือน มี 20 วันเทรด โดยประมาณ
ถ้าเราทำกำไรได้ 5% ของทุนทุกวัน (พอครบแล้วหยุดเลย)
ทุนเริ่มต้น $100 กำไร $5 = 20 วัน x 5 = $100
นั่นก็คือ ใน 1 เดือน เราจะเทรดได้กำไร เดือนละ 100%

: เดือนที่ 1 ----- $100 >> $200
: เดือนที่ 2 ----- $200 >>$ 400
: เดือนที่ 3 ----- $400 >> $800
: เดือนที่ 4 ----- $800 >> $1,600
: เดือนที่ 5 ----- $3,200
: เดือนที่ 6 ----- $6,400
: เดือนที่ 7 ----- $12,800
: เดือนที่ 8 ----- $25,600
: เดือนที่ 9 ----- $51,200
: เดือนที่ 10 ----- $102,400
: เดือนที่ 11 ----- $204,800
: เดือนที่ 12 ----- $409,600
$409,600 X 30 = 12,288,000 บาท
หั่นความน่าจะเป็น ออกไป 90%
เหลือแค่ 10% ของทฤษฏีก็พอ = 1,228,800 บาท



คุ้มค่ามั้ยครับ กับเวลา 1 ปี ที่จะทำตามกฏกติกาของตนเองอย่างเคร่งครัด
แล้วผลสุดท้ายของการเทรด ก็จะได้ผลแบบนี้
ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ ในอาชีพเทรดฟอร์เร็กซ์

ที่มาข้อมูล  http://www.fxthai2u.com/p/trading-system.html

ปรับทัศนคติเพิ่มเติม
ในความเป็นจริงนั้นเราอาจจะทำตามแผนดังกล่าวได้ยากเนื่องจากมีหลายปัจจัยที่มาเกี่ยวข้องทำให้เกิดอุปสรรคในการเทรด และเมื่อเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราจำเป็นต้องลง Lot ที่ขนาดใหญ่ขึ้นความเสี่ยงก็เป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน

คนไม่รู้จัก Forex จริงๆ ยังไม่รู้กลไกของตลาด จะพูดว่าไปเล่น TFEX หรือ หุ้น จะยั้งยืนกว่า ผมบอกได้เลยว่าจะตลาดไหนก็มีคนติดดอยหรือแมงเม่าเหมือนกันแหละครับ พูดถึงตลาด Forex มันใหญ่มาก ใหญ่กว่าตลาดหุ้นต่างๆ มารวมกันเสียอีก ถ้าจะมีคนปั่นราคาก็ปั่นอยากมากครับ ที่เห็นกราฟแรงๆ ก็เพราะข่าวตัวเลขเศรฐกิจที่ออกมา รวมถึงอุปมาอุปไมย อุปทานหมู่ ทั้งหลายด้วย

ราคามีขึ้นกับมีลง ถ้าใครศึกษาดีๆ จะเห็นช่องว่างการทำกำไร ผมว่าน่าจะมีคนไทยอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ทุนหนาๆมาก เขาไม่สนใจใครหรอกครับ ใครจะคิดยังไงกับตลาดนี้ และเขามักจะไม่บอกเทคนิคกับใครง่ายๆ หรอก

ถ้าจะถามส่วนตัวผม ผมไม่หวังรวยหรอกครับ แต่พอทำเป็นรายได้ เทียบกับเงินเดือนนักบินได้เลยครับ ถ้ารู้ไม่จริงอย่าเพิ่งมองในแง่ลบครับ เส้นทางนักลงทุนยอมรับว่ามันยากมากๆ ไม่งั้นคนคงรวยกันหมด ก็คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจกลไกและใจไม่ถึงไงครับ

ผมไม่อยากเป็นคนส่วนใหญ่ แต่ผมอยากเป็นคนที่เห็นแตกต่างอย่างเข้าใจและมีเหตุผล ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้ลองดูแผนตัวอย่างนี้นะ http://fxtc-courseforex.blogspot.com/

ลองเลือกดูนะครับ ไม่จำเป็นต้องหวังรวย แต่ให้ทำเป็นเหมือนงาน เหมือนอาชีพประจำวัน คุณสามารถกำหนดแผนการเทรดได้ด้วยตัวคุณเอง ว่าต้องการเงินเดือนเท่าไหร่


10 สุดยอด "รวย"... โดยไม่ต้องง้อ “ ปริญญา ”

1. Richard Branson , ริชาร์ด แบรนสัน



ผู้ก่อตั้งแบรนด์เวอร์จิน ด้วยภาพลักษณ์นักธุรกิจนอกกรอบ ตำราไหนว่าแน่พี่ขอแหก เสาะแสวงหาความท้าทาย ในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เลิกเรียนตั้งแต่อายุ 16 มาเอาดีด้วยการทำนิตยสารสำหรับนักเรียน
เป็นธุรกิจ ค่อยๆ ขยายธุรกิจอื่นๆ มากมาย ไม่เว้นแม้แต่สายการบิน เป็นเพลย์บอยแถมรวย ภาพที่ปรากฏก็เลยแสบๆ อย่างที่เห็น
 
2. CoCo Chanel , โคโค แชลแนล



ผู้ก่อตั้งแบรนด์แชนแนล เธอเกิดมากำพร้า เริ่มอาชีพเป็นเพียงช่างเย็บผ้า ในยุคที่สตรีต้องตัดชุดสตรีเท่านั้น แชนแนลผลักดันตัวเองอย่างกล้าหาญด้วยการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและผสมผสานเนื้อผ้า สร้างเอกลักษณ์ให้ผลงานของเธอ แต่ที่สร้างชื่อให้เธอเป็นที่จดจำตลอดกาล คือ น้ำหอม แชนแนลหมายเลข 5 อันโด่งดังนั่นเอง

3. Michael Dell , ไมเคิล เดลล์



ไปไหนก็จะเห็นคอมพิวเตอร์-โน้ทบุ๊คยี่ห้อ Dell กันใช่ไหม ผู้ก่อตั้งคือ ไมเคิล เดลล์ เขาหยุดเรียนตั้งแต่อายุ 19 มาก่อตั้งบริษัท PC's Limited ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Dell, Inc และผันตัวเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ในปี 1996 เดลล์ได้มอบทุนให้ มหาลัยเทกซัสจำนวน 50 ล้านเหรียญ (ราวๆ 2,000 ล้านบาท) เพื่อยกระดับสุขภาพและการศึกษาของเยาวชน 

4. Henry Ford , เฮนรี่ ฟอร์ด



ออกจากบ้านตอนอายุ 16 ปีเพื่อเป็นช่างยนต์ ภายหลังก่อตั้ง บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ดำเนินอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ซึ่งรถที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกคือรุ่น Ford Model T ผลกำไรทำให้ขยายกิจการ และริเริ่มวางสายการผลิตแบบอัตโนมัติ

5. Bill Gates , บิล เกตส์



ติดอันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกปี 1995 - 2006 ช่วงวัยรุ่นหยุดเรียนเพราะกระ:Xนกระหือรือจะตั้งบริษัทผลิตซอฟท์แวร์ ชื่อความหมายเล็กจิ๋วว่า บริษัทไมโครซอฟท์ รวยล้นฟ้าแล้วยังใจบุญ เพราะครอบครัวบิลก่อตั้ง มูลนิธิ บิล & มาลิดา เกตส์ คอยช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพแก่คนทั้งโลก

6. Steve Jobs , สตีฟ จ็อปส์



เรียนมหาวิทยาลัยได้เทอมเดียวก็ไปทำงานให้กับ บริษัท อาตาริ ก่อนที่จะควบรวมเป็น บริษัท แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ แต่ชื่อมันยาว เดี๋ยวนี้เลยตัดเหลือเพียง แอปเปิ้ล แบรนด์ล้ำๆ ที่ทำให้คนทั้งโลกคลั่ง กับผลงานล่าสุดอย่าง iPad และ iPhone 4 ครั้งหนึ่งสตีฟ จ็อปส์เคยเป็น CEO ให้ Pixar ก่อนที่จะควบรวมกับ วอลท์ ดีสนีย์

7. James Cameron , เจมส์ คาเมรอน



หยุดเรียนตอนปี 2 ไปทำงานรับจ้างทั่วไป ทั้งขับรถบรรทุกและงานเขียน ระหว่างนันก็พยายามเรียนด้าน สเปเชียล เอฟเฟค ด้วยตนเอง จากวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาในห้องสมุด หลังจากดูหนังสตาร์วอร์ จึงเลิกขับรถบรรทุก ไปหางานในวงการภาพยนตร์ทำ จากงานผู้ช่วย ก็ผันมาเป็นผู้สร้างสรรค์ ผลงานที่กลายเป็นตำนาน อย่าง คนเหล็ก 2, ไททานิค และ ภาพยนตร์ 3D สุดอลังการอย่าง "อวาตาร"

8. Lady Gaga , เลดี้ กาก้า



กว่าจะเป็นราชินีเพลงป๊อปแดนซ์และเจ้าแม่แฟชั่นหลุดโลกคนนี้ เธอหัดเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เริ่มเขียนโน้ตเปียโนตอน 13 พออายุ 17 ปีก็แต่งเพลงเอง จนกระทั่งปีสองเทอมสอง เธอหยุดเรียนและหันไปเอาดีในอาชีพดนตรี ด้วยเงินเพียงน้อยนิด จนประสบความสำเร็จในชื่อ "เลดี้ กาก้า" ที่ทั้งโลกรู้จักชื่อที่ผันมาจากชื่อเพลง "เรดิโอ กา ก้า"

9. Tiger Woods , ไทเกอร์ วู๊ดส์



เล่นกอล์ฟตั้งแต่เดินได้ โชว์วงสวิงให้โลกตะลึงตอนอายุ 2 ขวบ เอาชนะพ่อตัวเองได้ตอน 11 ขวบ หลังจากคว้าแชมป์รายการดังมากมาย จึงตัดสินใจหยุดเรียน และเปลี่ยนเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ขณะอยู่ปี 2
ผูกขาดตัวเองเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกมานานหลายปี แม้ไม่เคยเรียนจบแต่ตีกอล์ฟจนได้ดี ปริญญาสาขาต่างๆ ก็มาประเคนให้ ครั้งนึงรัฐมนตรีบ้านเราบ้าจี้เชิญมามอบแล้วบอกว่าวู๊ดส์เป็นคนไทย พี่เสือแกสวนทันทีว่าไม่ใช่ ผมเป็นอเมริกัน ท่านๆ หน้าแหกกันเป็นแถว

10. Mark Zuckerberg , มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก



ผู้ก่อตั้ง Facebook ที่คนทั้งโลกติดกันงอมแงม พัฒนาเฟสบุ๊คกับเพื่อนร่วมชั้น ตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่ ฮาวาร์ด หลังจากที่เฟสบุ๊คได้รับความนิยมและทำเงินมหาศาล ก็หยุดเรียน เพื่อเป็นผู้บริหารของเฟสบุ๊คเต็มตัว ปัจจุบันเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก โดยปี 2010 นี้มีทรัพย์สินมูลค่าถึง 4 พันล้านดอลล่าร์

ตลท.คาดเริ่มซื้อขายสัญญา Currency Futures ภายในเม.ย.55 รอคลังไฟเขียว

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2554 17:13:26 น.


คนที่สองนับจากซ้าย

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)เปิดเผยว่า ตลท.อยู่ระหว่างขออนุมัติจากกระทรวงการคลังเพื่อ เปิดให้ซื้อขายสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราล่วงหน้า(Currency Futures) หลังจากที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์(ก.ล.ต )แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าใหม่ โดยคาดว่าจะเปิดให้ซื้อขายได้ภายในเดือน เม.ย.55

ทั้งนี้ Currency Futures จะเป็นเครื่องมือในการช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยแต่ละสัญญาจะมีขนาด 1,000 เหรียญสหรัฐ ด้วยการวางอัตราหลักประกัน 10% เจาะกลุ่มลูกค้าประเภทนักลงทุนบุคคลและผู้ประกอบการที่ไม่สามารถทำธุรกรรม กับธนาคารพาณิชย์ได้

อนึ่ง ปัจจุบันผู้ที่จะดำเนินการซื้อขายเงินตราต่างประเทศได้จะต้องเป็นธนาคาร พาณิชย์เท่านั้น และขนาดในการทำธุรกรรมจะกำหนดขั้นต่ำที่ 10,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง

"ตอนนี้ตลาดอยู่ระหว่างการหาสินค้าใหม่ ๆ และในปี 55 น่าจะเห็นมากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนนอกเหนือการลงทุนในหุ้น ซึ่งปี 54 ถือเป็นปีที่มีความผันผวนในการลงทุนจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และสินค้านี้ ตลท. ก็จะมีการไปโรดโชว์ให้กับนักลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่ไม่เคยไปโรดโชว์มาก่อนเลย"นายภากร กล่าว

ส่วนการออกใบสำคัญแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้าง อิง(TDR)ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากยังติดขั้นตอนการพิจารณาของ ก.ล.ต.เพราะสินค้าดังกล่าวมีความคลายคลึงกับ ETF ที่ บลจ.เป็นผู้เสนอขาย แต่ TDR จะเป็นสินค้าที่โบรกเกอร์ดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มีโบรกเกอร์แสดงความสนใจที่จะออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว 2-3 รายทั้งในรูปแบบการนำหุ้นต่างประเทศมาอ้างอิง หรือการออก TDR บน index

ข้อบ่งชี้/เงื่อนไขบริการ

เว็บไซต์ Forex Thaiclub เป็นเพียงสื่อกลางในการให้ข้อมูล การลงทุนส่วนบุคคล เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาบังคับหรือล่อลวงใดๆ ข้อมูลที่ให้เป็นข้อมูลที่เป็นความจริงทุกประการ และการลงทุนในตลาด Forex นั้นเป็นการลงทุนโดยผู้สนใจ สามารถเปิดพอร์ตลงทุนกับโบรกเกอร์ต่างประเทศได้โดยตรง ซึ่งผู้สนใจถือว่าได้พิจารณาดีแล้วในการเปิดพอร์ตลงทุน เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับนักลงทุนได้ การลงทุนทุกชนิดล้วนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญานในการศึกษาข้อมูล ก่อนการตัดสินใจลงทุน

เว็บไซต์เราไม่สนับสนุนการระดมทุนใดๆทั้งสิ้น เรามีหน้าที่แบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ให้กับผู้ที่สนใจศึกษาการลงทุนในตลาด Forex และเป็นที่ปรึกษานักลงทุนเท่านั้น เราทำหน้าที่ด้วยความจริงใจ โปร่งใส ช่วยชี้แนะให้ผู้ที่ศึกษาได้เห็นทั้งผลเสีย/ผลกำไร และเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุน ด้วยความปรารถนาดี

ขอแสดงความนับถือ

40 ผู้ค้าแลกเงินจับมือตั้งสมาคม ล้างภาพธุรกิจตลาดมืด

นางสาวชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (TAFEX) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกว่า 40 ราย ได้รวมตัวกันจัดตั้งสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจนี้ ซึ่งที่ผ่านมาถูกมองว่าอยู่ในตลาดมืด ทั้งที่ผู้ประกอบการมากกว่า 1 พันราย มีใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)อยู่แล้ว โดยคาดว่าในปี 2556 จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 300?500 ราย จากมูลค่าตลาดแลกเปลี่ยนในประเทศไทยเมื่อปี 2554 อยู่ที่ 1.1 พันล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าปีนี้จะเติบโต 0.5-1%

"การรวมตัว กันตั้งสมาคมจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา การตรวจสอบธนบัตรปลอม และสร้างมาตรฐานในธุรกิจ รองกับการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งมีการหารือกันมานานกว่า 5 ปีแล้ว" นางสาวชนาพรกล่าว

นายอภิชัย สุสมากุลวงศ์ ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์ริช (ประเทศไทย) ในฐานะผู้ร่วมจัดตั้งสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กล่าวว่า การตั้งราคากลางในการปรับแลกเปลี่ยนเงินตรานั้น อาจจะไม่สามารถกำหนดได้ตายตัว เนื่องจากต้นทุนของแต่ละแห่งแตกต่างกัน แต่กำลังพิจารณาการกำหนดเพดานส่วนต่างในการรับแลกเปลี่ยน เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค

แหล่งข่าวสมาคมแลกเปลี่ยนเงิน ตราต่างประเทศ เปิดเผยว่า ทางสมาคมกำลังปรึกษากับ ธปท.ในการขอขยายวงเงินในการรับแลกต่อวันจาก 5 พันดอลลาร์สหรัฐเป็นวันละ 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างความคล่องตัวในการทำธุรกิจ และจะขอให้ผ่อนคลายเกณฑ์การตั้งสาขาจากเดิมที่ต้องขอใบอนุญาต 1 ใบต่อ 1 สาขา เป็นให้คำนวณจากเงินทุนจดทะเบียนแทน รวมทั้งขอให้ลดสัดส่วนการขายคืนเงินคงสต๊อก ที่ปัจจุบันผู้ประกอบการต้องขายคืนเข้าระบบ 80%

(ที่มา:มติชนรายวัน 30 พ.ย.2555)

เรื่องเปิดเสรีในไทยเกี่ยวกับ Forex

1. สิ่งที่เราเทรดอยู่ในเวลานี้ เป็นเพียง Futures ชนิดนึง เราไม่ได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนค่าเงินจริงๆ ฉะนั้นข้อห้ามที่ว่า ห้ามบุคคลธรรมดาซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา จึงเป็นคนละประเด็น บุคคลธรรมดาทั่วไปย่อมมีเสรีภาพในการเลือกลงทุนอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือต่างประเทศ แต่ที่เราเลือกเทรด Forex ที่ต่างประเทศ มากกว่าเลือกเปิดบัญชี เทรด future ที่บ้านเรานั้น ก็เนื่องด้วยเงินลงทุนที่น้อยนิด เทียบกันไม่ได้เลย กับการเปิดบัญชี Futures ที่บ้านเราฉะนั้นการเปิดบัญชี Forex จึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายใดๆ สามารถทำได้ และไม่มีข้อห้าม เพราะถือเป็นการลงทุน และการหารายได้ชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการไปซื้อหุ้นที่ต่างประเทศ เช่น ซื้อหุ้นที่อเมริกา หรือ ญี่ปุ่น

2. การเทรด Forex ส่วนใหญ่ก็ล้วนอาศัยปัจจัยทางด้านเทคนิคมากกว่า ผมจึงเห็นแย้งกับบางท่าน ที่ว่าเปิด Forex ในไทย แล้วทำให้เกิดการพัฒนาด้านองค์ความรู้ในการเทรด ปัจจุบันไม่ว่าการเทรดหุ้น ทอง หรือสัญญา Futures ก็ล้วนใช้เทคนิคมาอธิบายความเป็นไปทั้งสิ้น มีพื้นฐานการเรียนรู้เหมือนกัน และอีกอย่างบทวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพื้นฐาน หรืิอ เทคนิคดีๆ เกี่ยวกับ Forex ก็ล้วนหาอ่านได้ตามเว็บต่างประเทศมากมาย และสถาบันที่เปิดสอนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ด้านเทคนิคก็มีมากมายอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อไปเรียนก็สามารถนำมาใช้ได้ทุกตลาด ไม่ต่างกัน

3. ผู้เทรด Forex ในไทย ล้วนเป็นนักลงทุนรายย่อย กว่า 80% มีทุนในการเปิดบัญชีไม่เกิน 50,000 บาท ฉะนั้นหากมีการเปิดเสรีในไทย นักลงทุนรายย่อยกลุ่มนี้ก็คงไม่ได้รับความสนใจเท่าไรนัก เพราะว่าในอนาคตเมื่อเปิดเสรีค่าคอม โบรกเกอร์จะหันไปดึกนักลงทุนรายใหญ่ๆ ส่วนรายย่อยนั้นไร้ความสำคัญ และไม่คุ้มต่อต้นทุนของโบรกเกอร์ผู้ให้บริการเท่าใดนั้น อีกประการ คือ การที่เราเปิดบัญชี Forex ที่ต่างประเทศ ค่าคอมถูกมาก หรือ บางโบรกแทบไม่มีเลย แน่นอนหาก ไทย มีการอนุญาตให้เปิดอนุญาตให้โบรกเกอร์มีบริการซื้อขาย Forex ค่าคอมย่อมสูงกว่าหลายเท่าตัว

4. สิ่งที่นักเทรด Forex ควรทำความเข้าใจคือ ประเด็นการเสียภาษีเมื่อมีรายได้จากการลงทุนมากกว่า นั้นคือสิ่งที่น่ากลัว เพราะว่า กำไรจากการเทรด ถือเป็นรายได้ ฉะนั้นเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็ย่อมต้องเสียภาษีด้วย แต่ประเด็นก็คือว่า ส่วนใหญ่มักจะขาดทุน หรือว่า เมื่อได้กำไรมา ก็ไม่ถึงเกณฑ์ภาษีที่กำหนด ฉะนั้นเรื่องภาษีจึงตกไป

ฉะนั้นให้ทุกคน สบายใจได้เลยว่า การที่ท่านนั่งหลังขดหลังแข็ง เฝ้าหน้าจอทำการเทรด ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม ไม่ต่างอะไรจากการไปซื้อหุ้นที่ต่างประเทศ และหากมีการเปิดเสรี Forex ในไทยจริงๆ มีโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตเกี่ยวกับการซื้อขาย Forex ในไทยจริงๆ ก็คาดว่าหลายท่านก็คงไม่เลือกใช้บริการอยู่ดี เหตุเพราะ มีค่าคอมมิชั่นสูง จำนวนทุนในการเปิดบัญชีสูง และที่สำคัญ วอลุ่มน้อยมาก นั้นเอง (ขนาด Futures เปิดมานานแล้ว วอลุ่ม Bid offer ยังโชว์ไม่ถึง 100 สัญญา) และประเด็นสุดท้าย ไม่ว่าจะในประเทศที่เจริญแล้ว หรือว่ายังไม่เจริญ ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าจะทำให้มีการเทรดเป็นอาชีพมากขึ้น แต่อย่างใด ตลาดหุ้นเปิดมากว่า 30 ปี ก็ยังมี แมงเม่าเหมือนเดิม มีคนที่สำเร็จ 10% และ คนที่ล้มเหลว 90% เหมือนเดิม

ฉะนั้นเราสามารถ เลือกเองได้ว่าจะเลือกเทรดเป็นอาชีพ หรือ เลือกล้มเหลวได้ด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับการที่ประเทศเราจะอนุญาตให้มีหรือไม่มี เพราะสุดท้าย จะอนุญาต หรือ ไม่อนุญาต คนที่ประสบความสำเร็จ ก็ยังอยุ่ในกลุ่ม 10% เหมือนเดิม

สิ่งที่สำคัญ เทรดเดอร์ตีความ อาชีพเทรดเดอร์ว่าอย่างไร เพื่อปากท้องวันต่อวัน? หรือ เพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เรามีตัวอย่างเทรดเดอร์มืออาชีพในตลาดหุ้นมากมายให้ศึกษา แน่นอนเขาไม่ได้หวังกำไร เพื่อปากท้องวันต่อวัน

หรือหวังให้ประทั่งชีวิตเป็นเดือนๆไป เมื่อเขามีเป้าหมาย มีจุดหมาย เขาย่อมรู้ดีกว่า จะเทรดอย่างไรให้ไปถึง ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

เวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์

ตลาดหลักทรัพย์นั้นมีหลายแห่ง ทั่วโลก มีเวลาการเปิดปิดตลาดที่คาบเกี่ยวกัน ท่านจึงสามารถทำการซื้อขายเวลาไหนก็ได้ตลอด 24 ช.ม.ใน 5 วันทำการ โดยตลาดต่างๆ มีเวลาเปิดปิดดังนี้ (เวลาประเทศไทย)

  • ตลาด AUD = Australian Dollar เปิด-ปิดเวลา 04.00 - 13.00 น.
  • ตลาด JPY = Japanese Yen เปิด-ปิดเวลา 07.00 - 16.00 น.
  • ตลาด EUR = Euro เปิด-ปิดเวลา 13.00 - 22.00 น.
  • ตลาด CHF = Swiss Franc เปิด-ปิดเวลา 13.00 - 22.00 น.
  • ตลาด GBP = British Pound เปิด-ปิดเวลา 14.00 - 23.00 น.
  • ตลาด USD = US Dollar เปิด-ปิดเวลา 19.00 - 04.00 น.
หมายเหตุ : เวลาซื้อขายที่ดีเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้าวันจันทร์ ถึงตี1 ช่วงเช้าวันเสาร์ตามเวลาประเทศไทย

เมื่อเข้าสู่หน้าหนาวการเปิดปิดของตลาดหุ้นในแต่ล่ะประเทศจะเลื่อนออกไป 1ชั่วโมง ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนมีนาคม หลังจากนั้นจะกลับมาเปิดปิดตามเวลาเดิม

และช่วงปลายปี จะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุด ผมจึงแนะนำเทรดเดอร์ให้หยุดพักผ่อนกันนะครับ เนื่องจากตลาดจะไม่ค่อยวิ่งครับ และ บางโบรกเกอร์อาจจะปรับ Spread ให้สูงขึ้น เป็นประจำทุกปี เพราะ วันที่ 25 ก็วัน คริสมาสต์ แล้ว ฝรั่งเขาจะหยุดกันแล้ว ครับ แต่ตลาดยังเปิดยังวิ่งอยู่นะครับ แต่ก็ไม่ควรเทรดเป็นอย่างยิ่ง คือ หลังจากวันที่ 25 เป็นต้นไปนี้ ก็อย่าเทรดจะดีกว่าครับ

มันเป็นช่วงปิดเทอมของเทรดเดอร์ด้วย ไปเริ่มอีกที วันที่ 5-15 มกราคม ของปีถัดไป จะดีกว่าครับ

เทรด Forex ตามข่าว ตัวเลขเศรษฐกิจ จากเว็บ forexfactory.com

ข่าวนั้นสำคัญไฉน ข่าวประกาศตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจ หาดูได้ในเว็บ  forexfactory.com
สำหรับพี่ๆ บางท่านที่เทรดระยะยาว ข่าวตัวเลขรายวันอาจไม่สำคัญกับเทรดเดอร์กลุ่มนี้ เพราะเทคนิคแต่ละคนแตกต่างกัน

สำหรับชาวเดย์เทรด หรือ นักเทรดระยะสั้น รายวัน ห้ามมองข้ามตรงนี้เด็ดขาด จากประสบการณ์ของผมหลายต่อหลายครั้งที่ได้สังเกต พฤติกรรมค่าเงิน และล่าสุดคือ คืนวันพฤหัสที่ 18 ก.ย. 2557 นี่เอง

ปกติ ถ้าไม่มีข่าวอะไรมากระตุ้น กราฟก็จะวิ่งไม่ค่อยแรง Side Wey ตลอด เมื่อมาถึงเวลาข่าวออก มันเกิดปฎิกิริยา สวิงอย่างรุนแรงทันที



ตัวอย่างสถิติกราฟ Forex คู่ EUR/USD


รายละเอียดการดูข่าว เดี๋ยวผมจะมาแนะนำเพิ่มเติมนะครับ โปรดติดตาม(ศึกษาต่อด้านล่าง)

เข้าไปที่เว็บ www.forexfactory.com

เริ่มแรกไปตั้งเวลาให้ตรงกับประเทศเราก่อนนะครับ คลิกที่นี่เพื่อตั้งเวลา ใส่รายละเอียดตามรูปด้านล่าง


ตั้งเวลาได้แล้วก็กลับไปดูหน้าแรกตารางข่าวได้เลยครับ

ต้องดูรายละเอียดสกุลเงินไหนเพิ่มเติมให้ท่านคลิกที่รูปโฟลเดอร์ จะมีหน้าย่อยปรากฎขึ้น ถ้าตรงพยากรณ์ขึ้นว่า ดีสำหรับสกุลเงิน และตัวเลขไม่ติดลบ แสดงว่า สกุลเงินนั้นๆ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

อนึ่งเกี่ยวกับสัญลักษณ์
สีแดง = กราฟจะขยับรุนแรงมาก ผลกระทบสูง
สีส้ม = กราฟจะขยับรุนแรงปานกลาง ผลกระทบปานกลาง
สีเหลือง = กราฟจะขยับเบา ผลกระทบต่ำ

เทคนิคการเทรดคือ ดูกราฟที่ไทม์เฟรม 1H หรือ 30M รอราคาเปิดใหม่ในช่วงที่ข่าวกำลังจะออก ตรวจสอบว่าค่าเงินใดแข็งกว่า ก็เล่นฝั่งนั้น SL ที่ High - Low ของเมื่อวาน หรือใครที่ใจถึงไม่ต้องตั้ง SL ยังไงมันต้องสวิงชน TP แน่ๆ อย่างน้อย 10 - 50 Pips

คำเตือน : สิ่งที่ต้องระวังคือวันที่ข่าวซ้อนกัน เช่นมีทั้งข่าวของ EUR และ USD ออกมาในเวลาใกล้เคียงกัน อาจส่งผลให้แท่งเทียนยาวมาก และสวิงแรงขึ้นๆ ลงๆ บางทีเราอาจจะหลีกเลี่ยงการเทรดช่วงนี้ไปเลยจะดีกว่า และไม่ควรประมาทนะครับ เพราะบางทีพยากรณ์บอกว่า "ดีสำหรับสกุลเงิน" แต่ปรากฏว่าตัวเลข % ที่ออกมาล่าสุดนั้น (ดูจากภาพล่างในกรอบสีแดง) อาจออกมาลบ หรือ บวกก็ได้




เราอาจจะใช้วิธีเทรดหลังข่าวซัก 5-10 นาที โดย ตั้ง Limit Order Position ตามแต่สถาการณ์ที่เราถนัด เก็บสั้นๆ ได้ครับ

Popular Posts

ปฎิทินเศษฐกิจโลก



Big Thanks
Google & Youtube

Tags1 : เทรด FOREX, เล่นหุ้นออนไลน์, ตลาดหลักทรัพย์
Tags2 : งานผ่านเน็ต, ลงทุนธุรกิจ, เส้นทางเศรษฐี
 

โบรกเกอร์แนะนำ

สถิติชมเว็บ

จำนวนผู้ออนไลน์ขณะนี้

Translate

นโยบายความเป็นส่วนตัว

การลงทุนอื่นๆ

ไบนารี่ออฟชั่น hot!